Automatically translated.View original post

13 Feb 69

💨 How much smoke did Bangkok release today? 🛵

We may be used to the turbid weather of the day.

But have you ever wondered where these pollutants come from?

Smoke in the city does not come from any type of car, but from a large number of cars running at the same time every day. One of them is the 89,393 motorcycles that pick up and drop off at the beginning and destination of the journey, so it has to run all day more than many types of cars.

Combined with the system, this part of the journey emits over 100,000-106,000 tons of carbon a year and produces about 16 tons of PM2.5 dust a year.

These numbers are not far away, because pollution does not disappear, but it is the air that Win and the city inhale every day, which is why starting to change Win's journey, which is the main cog of the city, can actually change Bangkok.

# EV for Win # BMAxGIZ # TGCEMC # Bangkok # BMA

2/13 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์และการติดตามสถานการณ์มลพิษในกรุงเทพฯ ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงการเดินทางของวินมอเตอร์ไซค์เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก เพราะวินมอเตอร์ไซค์มีจำนวนมากถึงกว่า 89,000 คัน และวิ่งให้บริการต่อเนื่องทั้งวัน ส่งผลให้ปล่อยคาร์บอน 100,000–106,000 ตันต่อปี และฝุ่น PM2.5 ประมาณ 16 ตันต่อปี ควันและฝุ่นเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขให้เราเห็นผ่านรายงาน แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในอากาศที่เราสูดเข้าไปทุกวัน ทำให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสุขภาพของพี่วิน คนขับ และผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง ผมได้มีโอกาสลองนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากวินมอเตอร์ไซค์ทั่วไปที่ใช้น้ำมันโดยสิ้นเชิง เพราะวินไฟฟ้าแทบไม่มีเสียงเครื่องยนต์และไม่มีควันไอเสีย ทำให้รู้สึกว่าสภาพอากาศรอบตัวนั้นดีขึ้นอย่างชัดเจน การนำวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาใช้จริงขณะนี้มีจำนวนยังไม่มาก เพียง 123 คันเท่านั้น ซึ่งหากเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยลดมลพิษได้มาก รวมทั้งรักษาสุขภาพของทุกคนในเมือง การสนับสนุนและส่งเสริมให้วินมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากจะช่วยลดมลพิษแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายน้ำมันและการบำรุงรักษาอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ทั้งต่อวินเองและต่อสังคมวงกว้าง สุดท้าย ปัญหามลพิษในกรุงเทพฯ จะลดลงได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ใช้บริการวิน และผู้ขับขี่เอง เพราะการเปลี่ยนแปลงฟันเฟืองสำคัญตัวนี้จะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนในกรุงเทพฯ