อาจารย์ คนนึง เคยพูดถึงอเมริกา

อาจารย์คนนี้ พยากรณ์ว่า Trump จะบุกอิหร่านตั้งแต่ก่อน Trump ได้เป็นประธานาธิบดี (วิดีโอนี้เกือบ 2 ปีแล้ว)

พร้อมอธิบายข้ออ้างของ Trump อย่างกับสอนประวัติศาสตร์ก่อนที่มันจะเกิด โคตรเทพ

แต่สิ่งที่แกคาดการอีกหลายอย่างน่ากลัวมาก

- การบุกครั้งแรกจะถล่มทลาย ด้วยความเหนือกว่าทางทะเลและอากาศ สร้างภาพว่าชนะถล่มทลาย แต่

- อเมริกาจะปิดเกมไม่ได้ ถ้าปิดเกมไม่ได้และอเมริกาส่งทหารเข้าเตหะราน จะต้องใช้ทหารจำนวนมาก คาดว่าต้องใช้ 4-5 ล้านคน เพื่อควบคุม 90 ล้านคน แต่พันธมิตรมีทหารหลักแสนคน (อเมริกา 1 แสน ซาอุ 2 แสน) ซึ่งไม่พอ และ Supply Chain ก็ไม่พอ

- ภูมิประเทศของเตหะรานเป็นภูเขาล้อมรอบจะขังทหารพันธมิตรไว้ และออกไม่ได้ อเมริกาก็ส่ง Supply เข้าไปช่วยได้ยาก อิหร่านจะล้อมไว้แล้วตัด Supply

- อิสราเอลและซาอุ มีเป้าหมายไม่เหมือนอเมริกา พวกเขาอยากเป็น Dominant Power ในตะวันออกกลาง และพวกเขาจะได้สิ่งนั้นแต่

- อิหร่านจะเป็น Blackhole ดูดทรัพยากรของอเมริกา

- Trump จะขู่ด้วยอาวุธนิวเคลียร์อิหร่านเปิดทางให้ทหารออกมา (Trump’s ultimate card)

- Iran จะขอ Putin ให้ช่วย

- Putin จะขู่ว่าจะใช้นิวเคลียร์กับใครก็ตามที่ใช้นิวเคลียร์ ออกมาเป็นภาพของ Hero เกิดเป็น Nuclear Free Zone Trump ยิงนิวเคลียร์ไม่ได้ ทหารอเมริกาและพันธมิตรโดนขังต่อไป

- ผลลัพธ์คือสงครามจะลากยาวและจะคล้าย ๆ สงครามเวียดนาม

- สรุปว่าวิธีที่อเมริกาจะแพ้คืออิหร่านต้องล่อให้อเมริกาส่งทหารราบเข้าไป ล้อมไว้ด้วยภูเขาแล้วตัด Supply นี่คือที่มาของชื่อวิดีโอ Iran Trap

- ส่วนอิสราเอลกับซาอุก็อยากให้อเมริกาส่งทหารเข้าไปเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

รายละเอียดเยอะมากครับ แกใช้ทฤษฎีเกมอธิบาย แนะนำให้ดูเอง

3/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการวิเคราะห์สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในมุมของทฤษฎีเกมนั้น ให้ภาพที่ลึกซึ้งและหลากหลายกว่าที่เราเห็นตามข่าวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด ผมเห็นว่าการวางแผนและหมากเกมสงครามของอเมริกาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะภูมิประเทศของอิหร่านที่เป็นภูเขาล้อมรอบซับซ้อนมาก ยิ่งทำให้การนำกองทัพสหรัฐฯ เข้าไปตั้งมั่นในเตหะราน ต้องเผชิญกับปัญหามากมายทั้งเรื่อง Supply Chain และจำนวนทหารที่ต้องใช้มากกว่าที่เคยสงสัย นอกจากนี้ ความแตกต่างในเป้าหมายของพันธมิตรอย่างอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย ก็สะท้อนว่าผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ตรงกันทั้งหมด ซึ่งนำไปสู่การใช้โอกาสต่าง ๆ เพื่อเสริมอำนาจตนเอง ในขณะที่อิหร่านเองก็ไม่ได้ยืนนิ่งเฉย ปรากฏว่ามีทั้งการขอความช่วยเหลือจากรัสเซียรวมถึงการใช้ความหวาดกลัวอาวุธนิวเคลียร์เป็นตัวเอาเปรียบทางการทูต การเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับสงครามเวียดนามทำให้เห็นภาพความล้มเหลวและความไร้ทางออก ถ้าอเมริกาติดกับดักนี้จริงๆ สงครามอาจยืดเยื้อและกินทรัพยากรอย่างมหาศาลโดยไม่มีทางจบที่ชัดเจน ส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าวิดีโอนี้เปิดมุมมองใหม่ที่ทำให้เราเข้าใจความซับซ้อนของความขัดแย้งในตะวันออกกลางมากขึ้น ผ่านกรอบการวิเคราะห์ที่เรียกได้ว่า “โคตรเทพ” อย่างทฤษฎีเกม ซึ่งช่วยเพิ่มความลึกของความเข้าใจและเตือนใจเราถึงอันตรายของสงครามที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น สำหรับใครที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองและยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ การดูวิดีโอนี้และอ่านบทวิเคราะห์จะช่วยเพิ่มพูนความรู้และมุมมองที่รอบด้านยิ่งขึ้นจริงๆ