วางแผนซื้อรถ Tesla 1 คันยังไง

เงินเดือนเท่าไร? วางแผนยังไงมาดูกัน

ก่อนอื่น..เตรียมเงินสำรองสำหรับรถคันนี้ หลังดาวน์ควรมีสำรองไว้มากกว่า 50% ของราคารถ

1. ดาวน์ = 40% ขึ้นไป คิดว่ากำลังดี ถ้าต้องดาวน์น้อยส่วนตัวคิดว่าอาจจะยังไม่พร้อม

2. ระยะเวลา + ค่างวดต่อเดือน = รถยนต์ไฟฟ้าไม่ควรผ่อนนานเกิน 5 ปี (และปิดให้ไว) ค่างวดต่อเดือน ไม่ควรเกิน 35% ของรายได้

3. ค่าใช้จ่ายของตัวรถ = ประกันปีละ 5-6 หมื่น เฉลี่ยออกมาเป็นรายเดือน ตกเดือนละ 5000 / ค่ายาง เดือนละ 1000 / ค่าชาร์จ เดือนละ 2000 / ค่าเน็ตของรถ เดือนละ 299 ทั้งหมด = 8299

4. เอา 8299 ไปรวมค่างวด

- เพิ่มเติม นำค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่อเดือน และ ภาษีเงินได้รายปี ไปบวกกับค่าใช้จ่ายของรถ จะออกมาเป็น Fix cost (ค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจเลี่ยง) เช่นสมมุติ รายได้เดือนละ 200000 ใช้ส่วนตัวเดือนละ 30000 + ผ่อนรถ 20000 + 8299 + ภาษีเงินได้(เฉลี่ยต่อเดือน) 28000 = 86299 คือค่าใช้จ่ายต่อเดือนสำหรับชีวิตเราเมื่อมีรถ

- ที่นี้เอามาประเมิณว่ารายได้เราเหมาะสมไหม ส่วนตัวคิดว่ารายได้เดือนละ 100000 ขึ้นไปถือว่ากำลังดี

วิธีที่ 2 เงินสดจบ!!

#tesla #model3 #เทสล่า #รถไฟฟ้า #รถคันแรก

6/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการซื้อรถ Tesla ไม่ใช่แค่เรื่องเลือกสีหรือรุ่นเท่านั้น แต่การวางแผนทางการเงินถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สินในระยะยาว จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการมีเงินสำรองหลังจากดาวน์มากกว่า 50% ของราคารถ จะช่วยลดความกังวลและความเสี่ยงทางการเงินได้ดีมาก เพราะแม้ Tesla จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าน้ำมัน แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียมรับมือ เช่น ค่าประกันปีละประมาณ 5-6 หมื่นบาท ค่ายางซึ่งอาจจะเปลี่ยนถ่ายบ่อยกว่าเดิม ค่าไฟชาร์จรถ และค่าบริการอินเทอร์เน็ตในรถ แนะนำว่าค่างวดรถไม่ควรเกิน 35% ของรายได้ เพื่อให้ยังมีสภาพคล่องในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและสำรองเงินฉุกเฉินระหว่างเดือน ส่วนเรื่องระยะเวลาผ่อนผมจะไม่แนะนำให้เกิน 5 ปี เพราะยิ่งผ่อนนานยิ่งจ่ายดอกเบี้ยรวมมากขึ้น และการปิดยอดหนี้ให้เร็วจะลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน สำหรับคนที่มีเงินสด การซื้อแบบเงินสดจบเลยก็เป็นทางเลือกที่ดี ช่วยให้ชำระเงินเสร็จเร็ว ไม่ต้องกังวลเรื่องดอกเบี้ยและค่างวดรายเดือน แต่ถ้าใครเลือกการผ่อน ควรวางแผนให้ดีเพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวและภาษีเงินได้ที่ต้องเสียในแต่ละปี สุดท้าย อย่าลืมว่ารถยนต์ไฟฟ้า Tesla ยังมีค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาและการประกันที่แตกต่างจากรถปกติ บางครั้งอาจต้องจ่ายเพิ่มเพื่อซอฟต์แวร์หรืออัพเกรดระบบต่างๆ ที่ทาง Tesla มีบริการให้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้คุณได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าแบบที่ชอบอย่างสบายใจและไม่เครียดกับการเงินในระยะยาว