ออมเงินให้ลูก แรกเกิด - 14 ปี
ออมเดือนละ 1,000 บาท เพียงแค่ 12 ปี
ปีที่ 18 รับเงินคืน 169,920 บาท รวมรับ 118 %
❌สร้างวินัยการออม❌
🧓คุ้มครองเสียชีวิต
🧓 คุ้มครองการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ 2 เท่า
🧓คุ้มครองการสูญเสียอวัยวะ 👁️สายตา,👐มือ,👣เท้า
👉🏻เสียอวัยวะ 2 ข้าง คุ้มครอง 100 %
👉🏻เสียอวัยวะ 1 ข้าง คุ้มครอง 60 %
👉🏻เสียอวัยวะ นิ้วชี้กับหัวแม่มือข้างเดียวกัน 25 %
🧓มีค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุ 5 เท่ าของเบี้ยรายเดือน (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)
❌คุ้มครองลูก 5 ข้อ❌
✅ค่ารักษาอุบัติเหตุ 5,000/ครั้ง
✅คุ้มครองเสียชีวิตลูก
✅คุ้มครองเสียชีวิตอุบัติเหตุลูกเพิ่ม2เท่า
✅คุ้มครองสูญเสียอวัยวะลูก
✅คุ้มครอง4โรคร้ายลูก
❌คุ้มครองแม่❌
✅คุ้มครองเสียชีวิต แม่ หรือ พ่อ
✅คุ้มครองทุพพลภาพสิ้นเชิง แม่ หรือ พ่อ
#ออมเงินให้ลูก #ออมเพื่อลูก #ประกันชีวิต #กรุงเทพประกันชีวิต #วางแผนการเงินให้ลูก
บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ คือ “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์” ที่เราเอาเงินฝากไว้กับธนาคาร สามารถฝาก-ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ (ตามเงื่อนไขธนาคาร) และธนาคารจะจ่าย “ดอกเบี้ย” ให้ตามอัตราที่กำหนด จุดเด่นคือสภาพคล่องสูง เหมาะกับการเก็บเงินสำรองหรือเงินที่อาจต้องใช้ฉุกเฉิน แต่ข้อจำกัดที่คนส่วนใหญ่เจอเหมือนกันคือ ดอกเบี้ยมักไม่สูงมาก และถ้าไม่มีวินัยก็เผลอถอนออกมาใช้ได้ง่าย ถ้าจะออมเงินให้ลูก โดยเฉพาะช่วง “แรกเกิด–14 ปี” แบบที่หลายบ้านตั้งใจทำ ฉันแนะนำให้เริ่มจากการถามตัวเอง 3 ข้อ: 1) เงินก้อนนี้ต้องใช้เมื่อไหร่ (เข้าเรียน/มหาวิทยาลัย/ทุนเรียนพิเศษ) 2) ยอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน 3) อยากได้ “ความคุ้มครอง” ควบคู่ด้วยไหม มุมของบัญชีสะสมทรัพย์ (ออมทรัพย์) เหมาะมากกับการทำ “กองกลางของบ้าน” เช่น แยกบัญชีชื่อ “เงินลูก” แล้วตั้งโอนอัตโนมัติทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาทก็เริ่มได้ทันที ข้อดีคือถ้าลูกมีเหตุฉุกเฉิน เราถอนมาใช้ได้ ไม่ต้องรอครบกำหนด แต่ข้อควรระวังคือถ้าไม่ได้ล็อกเป้าหมายให้ชัด เงินอาจถูกดึงไปใช้เรื่องอื่นง่าย ทำให้เป้าหมายการออมสะดุด อีกทางเลือกที่หลายคนสนใจคือ “แผนออมแบบมีระยะเวลา” ที่บังคับวินัย เช่น ออมเดือนละ 1,000 ต่อเนื่อง 12 ปี แล้วมีเป้าหมายรับเงินก้อนในปีที่ 18 (ตัวเลขตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือรับเงินคืน 169,920 บาท รวมรับ 118%) ข้อดีคือช่วยสร้างวินัย เพราะมีตารางชัดเจน และบางแผนพ่วงความคุ้มครอง เช่น ค่ารักษาอุบัติเหตุ 5,000/ครั้ง คุ้มครองอุบัติเหตุ/สูญเสียอวัยวะ และคุ้มครอง 4 โรคร้ายในเด็ก ซึ่งเหมาะกับบ้านที่อยากได้ “เงินออม + การคุ้มครอง” ไปพร้อมกัน สรุปแบบเลือกง่ายจากประสบการณ์ส่วนตัว: ถ้าคุณเน้นยืดหยุ่นและต้องการเงินสำรอง บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าออมเองแล้วหลุดวินัยง่าย หรืออยากให้มีคุ้มครองลูกไปด้วย แผนออมแบบมีระยะเวลาอาจเหมาะกว่า ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้ดูเงื่อนไขสำคัญ เช่น ถอนก่อนกำหนดได้ไหม ผลตอบแทนคิดอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และความคุ้มครองครอบคลุมแค่ไหน เพื่อให้แผนที่เลือก “พอดี” กับเป้าหมายของครอบครัวจริงๆ




