Journal prompt ธีมthunder และ sturgeon moon

#journalling #เขียนบันทึก #prompt #moonphase #fullmoon

เลื่อนภาพไปทางซ้ายเพื่ออ่านหัวข้อได้เลยค่ะ ซีรีส์นี้ถึงจะเว้นไปทีละนานๆแต่ก็ยังลงต่ออยู่นะคะ เหลืออีกสองโพสต์คือช่วงเดือนกันยาถึงตุลา กับพฤศจิกาถึงธันวาค่ะ

โพสต์คราวนี้มีthunder moon ช่วงเดือนกรกฎาคม กับ sturgeon moon ช่วงสิงหาคมค่ะ แล้วก็ขอขอบคุณสำหรับความสนใจและการติดตามบัญชีนี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ เราดีใจมากที่มีคนสนใจตัวpick a card สายเวทมนตร์ เยอะเลยค่ะ

สำหรับprompt ก็ตามเดิมนะคะ คือไม่จำเป็นต้องเขียนตามช่วงเวลาที่ลงไว้ค่ะ เหมือนเป็นธีมเฉยๆค่ะ แต่ถ้าใครจะเขียนแต่ละหัวข้อตามmoon phase ที่หัวข้อนั้นสังกัด ก็เขียนได้ค่ะ แต่ช่วงข้างแรมหรือช่วงประจำเดือนมาที่อารมณ์อาจจะดิ่งนิดนึง ก็สามารถหยุดพัก ทำแต่สิ่งที่สบายใจได้ค่ะ สำหรับช่วงข้างขึ้นเราจะเน้นการวางแผนและการนิยามสิ่งที่ให้ความสำคัญ แถวๆจันทร์เต็มดวงจะเป็นการขอบคุณและการชมเชยทบทวน ส่วนข้างแรมจะเป็นช่วงสำรวจด้านมืดของตัวเอง ยกเว้นwaxing crescent moon ที่น่าจะเป็นช่วงความเครียดและอารมณ์ด้านลบสูง เราเลยพยายามคิดหัวข้อที่ดูสบายๆ ไม่กระตุ้นความรู้สึกด้านลบมากนัก ค่ะ

เขตทวีวัฒนา

กรุงเทพมหานคร
4/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมฉันเคยลองเขียน Journal prompt ตามธีม Thunder Moon และ Sturgeon Moon โดยเริ่มจากการสังเกตอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง ตามคำแนะนำที่แนะนำให้เขียนในช่วงต่าง ๆ ของจันทรคติ เช่น การเขียนช่วง waxing crescent เพื่อเน้นประเด็นการป้องกันและวางแผน หรือการเขียนในช่วง full moon ที่เหมาะกับการขอบคุณและชื่นชมตัวเอง สิ่งที่พบว่าช่วยได้มากคือการที่ prompt เหล่านี้ดึงให้ฉันสำรวจด้านลึกของอารมณ์และความคิด เช่น การวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ล้มเหลวในช่วง last quarter หรือการเขียนถึงความฝันและความกลัวในช่วง waning crescent ซึ่งทำให้การเขียนไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมทั่วไป แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ตนเองและเพิ่มความมั่นคงทางจิตใจ นอกจากนี้ยังชอบการที่ prompt สนับสนุนให้ปรับตัวและเปลี่ยนมุมมอง เช่น ในช่วง Sturgeon Moon ที่มีหัวข้อให้คิดว่าเราจะปรับตัวอย่างไรต่อปัญหาใหญ่ เช่น โลกร้อน หรือการบริจาคสิ่งของสู่คนที่ต้องการ ซึ่งช่วยให้การเขียนบันทึกมีความหมายและเชื่อมโยงกับความเป็นจริงมากขึ้น สำหรับใครที่เขียน Journal prompt ตามจันทรคตินี้ อยากแนะนำให้ลองไม่ยึดติดกับช่วงเวลาที่ prompt กำหนดมากเกินไป เพราะเราสามารถเลือกใช้หัวข้อที่เหมาะกับอารมณ์และสถานการณ์ของตัวเองได้ และถ้ารู้สึกว่าอารมณ์แปรปรวนมากในช่วงข้างแรม ก็สามารถเลือกหยุดพักหรือทำสิ่งที่สบายใจแทนได้ การเขียนบันทึกแบบนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการบันทึกชีวิตประจำวัน แต่ยังสามารถช่วยให้เราเชื่อมโยงกับธรรมชาติและวงจรทางจิตใจของตัวเองอย่างลึกซึ้งขึ้น ซึ่งประสบการณ์นี้ทำให้รู้สึกว่าการจดบันทึกแต่ละวันมีคุณค่ามากขึ้น และช่วยให้สามารถเติบโตและปรับตัวในชีวิตได้อย่างสม่ำเสมอ