แพลนเที่ยวนิวยอร์ก🗺️
แจกแพลนเที่ยว4วันในนิวยอร์ก ไปวันละ2ที่คือพอแล้ว🤣ทริปนี้เน้นเที่ยวชิลๆไม่รีบ ไม่ตื่นเช้า ไม่เน้นกิน เน้นมิวเซียม55555 คือตามใจฉันมากไม่ได้เก็บทุกแลนด์มาร์ก ไปที่อยากไปเท่านั้น💗
Day1
📍ย่านโซโห แมนฮัตตัน Soho Manhattan
ย่านช็อปปิ้งมีหลายแบรนด์รวมแบรนด์เนม
เช่น Louis Vuitton, Gucci, Chanel, Prada, Saint Laurent, Dior
Nike, Birkenstock, Sephora
Day2วันเที่ยวมิวเซียม
📍American Museum of Natural History
มิวเซียมใหญ่มากเน้นสัตว์ ฟอสซิล
**มีทำโพสต์รีวิวแยกไว้ให้นะคะ
📍Museum of Modern Art New York
เน้นงานอาร์ต รูปปั้น ใหญ่มากเหมือนกัน มีงานหลายประเภท ศิลปะสมัยใหม่ ร่วมสมัย
Day3
เดินเล่นชิลๆ ไปดูของตึกมือ2แต่ราคาแรงอยู่ไม่ได้ซื้ออะไร คิดว่าที่ไทยราคาดีกว่าเยอะ
📍สะพานบรูคลิน Brooklyn bridge
ไปเช็คอินถ่ายรูป ทำคอนเทนต์ ซื้อซูชิขึ้นไปนั่งกินบนสะพานด้วยดูวิวฟินๆ แต่คนก็เดินไปมาเยอะนะ5555
Day4
📍เซ็นทรัลพาร์ก Central park
เป็นparkที่กว้างมาก คือหลงได้เลยย มีโซนกลางที่คนมาร้องเพลงvibeดีมาก
📍ไทม์สแควร์ Time square
ไปถ่ายรูปเช็คอิน กับเดินเล่นดูร้านของฝากพวกเสื้อi<3Nyc แก้ว snow globe นู้นนี้ก็เเถวนี้หมดเลย
🏩พักย่านKorean town คิดว่าดีที่อยู่กลางเมือง ทำให้เดินทางรถบัส รถไฟสะดวก อาหารคือกินได้แน่นอนย่านเอเชียมันถิ่นเรา😂
นิวยอร์กเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย การเลือกเที่ยวแบบชิลๆ แบบไปวันละ 2 ที่ตามแพลนนี้ เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนและใช้เวลาในการซึมซับบรรยากาศของแต่ละสถานที่อย่างเต็มที่ ย่านโซโห (Soho Manhattan) นอกจากจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งแบรนด์เนมชื่อดัง เช่น Louis Vuitton, Gucci หรือ Chanel แล้ว ยังมีบรรยากาศการเดินเล่นที่น่าสนใจ เหมาะกับการถ่ายรูปและหาคาเฟ่น่ารัก ๆ แทรกตัวอยู่ตามถนนเรียงราย พิพิธภัณฑ์ในนิวยอร์กถือเป็นจุดที่ต้องไม่พลาด เช่น American Museum of Natural History ที่มีการจัดแสดงสัตว์และฟอสซิลขนาดใหญ่ เรียนรู้ประวัติธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ รวมถึง Museum of Modern Art ซึ่งเน้นงานศิลปะร่วมสมัยและงานอาร์ตหลากหลายประเภท เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะสมัยใหม่ ในวันที่ 3 หากได้เดินเล่นใน Chinatown จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมจีนแท้ๆ พร้อมกับช็อปปิ้งของมือสองที่แม้จะราคาแรงแต่ก็แสดงถึงความหลากหลายของตลาดในนิวยอร์ก และอย่าลืมไปที่สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) ซึ่งเป็นจุดเช็คอินยอดนิยม ว่ากันว่าสามารถนั่งทานอาหาร เช่น ซูชิ พร้อมชมวิวเมืองแบบฟินสุดๆ เซ็นทรัลพาร์ก (Central Park) เป็นสวนสาธารณะที่กว้าง มีโซนต่างๆ ให้เลือกพักผ่อน หรือฟังดนตรีสด ที่ทำให้รู้สึกถึง vibe ดี ๆ ของเมืองใหญ่ที่ยังคงความสงบในบางมุม ไทม์สแควร์ (Times Square) ก็ยังคงเป็นแลนด์มาร์กที่ใครมานิวยอร์กต้องแวะ แถมร้านของฝาก เช่น เสื้อ I<3NYC และ Snow Globe ก็หาซื้อได้ง่าย สำหรับที่พักในย่าน Korean Town ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีมาก เพราะอยู่ในกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถบัสและรถไฟ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยร้านอาหารเอเชียที่ให้รสชาติต้นตำรับเหมือนอยู่บ้าน เหมาะกับนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือคนที่ชอบอาหารสไตล์นี้ ในแง่ของการวางแผนทริป เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบความรีบเร่ง อยากใช้เวลาอย่างเต็มที่ในแต่ละสถานที่ โดยเฉพาะมิวเซียมที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการเยี่ยมชม ต่างจากการเที่ยวแบบเก็บแลนด์มาร์กทุกแห่ง ซึ่งอาจทำให้เหนื่อยและสนุกได้น้อยลง อีกข้อดีคือการเที่ยวในช่วงอากาศร้อนสลับฝนที่นิวยอร์กนั้น ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เช่น พกร่ม และสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี เพื่อความสบายในการเดินทางและเที่ยวชมในแต่ละวัน การเที่ยวแบบนี้ทำให้ได้รับประสบการณ์ที่แท้จริงและมีความทรงจำที่ดีกับเมืองนิวยอร์ก ไม่ใช่เพียงแค่ถ่ายภาพ แต่ยังได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเมืองจริงๆ










พิกัดjacket ได้มั้ยค้าบบ