ทำงานโรงแรม

ห้องอาหารของโรงแรม (Food & Beverage Service)

พนักงานเสิร์ฟ (Waiter/Waitress) — รับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร เก็บจาน ดูแลความเรียบร้อยของ คอยช่วยเหลือลูกค้า

🕒 เวลาทำงาน

• ส่วนใหญ่ทำงานเป็น กะ (Shift) เช่น

• เช้า: 06.00–15.00 น.

• บ่าย: 14.00–23.00 น.

• วันหยุดมักไม่ตรงเสาร์–อาทิตย์ เพราะเป็นวันลูกค้าเยอะ

บรรยากาศการทำงาน

• ต้องเจอแขกหลากหลาย ทั้งไทยและต่างชาติ

• ต้องยิ้มแย้ม สุภาพ พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย

• บางครั้งอาจต้องรับมือกับแขกที่เรื่องเยอะ 😅 แต่ถือเป็นการฝึก EQ และความอดทนที่ดีมาก

✅ ข้อดี

1. ได้ฝึกบุคลิกภาพและการสื่อสาร — โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ

2. มีทิป (Service Charge + Tip) เพิ่มรายได้พอสมควร

3. ได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างประเทศ จากแขกหลายเชื้อชาติ

4. มีโอกาสเติบโตเร็ว หากขยันและสื่อสารดี

5. บรรยากาศทีมเวิร์กสนุก เพราะต้องช่วยกันในช่วงเร่งด่วน

⚠️ ข้อเสีย

1. งานหนักและต้องยืนทั้งวัน

2. เวลาทำงานไม่แน่นอน ต้องทำวันหยุดหรือเทศกาล

3. ต้องรับแรงกดดันจากแขกและหัวหน้า

4. ต้องระวังเรื่องมาตรฐานบริการและสุขอนามัยสูงมาก

#งานโรงแรม #รีวิวงานโรงแรม #พีตัวจิ๋ว #ติดเทรนด์

#รีวิวอาชีพ

กรุงเทพมหานคร
2025/10/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูล “พนักงานเสิร์ฟในห้องอาหารโรงแรมต้องเตรียมตัวยังไง” เราขอแชร์สิ่งที่เจอบ่อย ๆ แบบใช้งานได้จริงก่อนเริ่มกะนะ 1) เตรียมตัวก่อนเข้ากะ (ให้รอดตั้งแต่วันแรก) - นอนให้พอ: งานยืนทั้งวัน ถ้านอนน้อยจะหลุดยิ้มง่ายมาก โดยเฉพาะกะเช้า 06.00 น. - เช็กยูนิฟอร์มให้พร้อม: เสื้อเชิ้ตสีขาว/คอจีน (แล้วแต่โรงแรม) กางเกงดำ รองเท้าให้สุภาพและเดินแล้วไม่กัดเท้า พกเข็มกลัดชื่อ/ปากกา/ที่เปิดไวน์ (ถ้าร้านมี) - บุคลิกภาพสำคัญ: ผมเรียบร้อย เล็บสั้น ไม่ฉีดน้ำหอมแรง เพราะอยู่ใกล้อาหารและแขก 2) สิ่งที่ควรรู้ในงานห้องอาหาร (F&B Service) - ชื่อโต๊ะ/โซน: วันแรก ๆ งงมาก แนะนำจำผังโต๊ะให้ได้ จะช่วยเวลาวิ่งงานช่วงเร่งด่วน - มาตรฐานการจัดโต๊ะ: จาน ช้อนส้อม ผ้าเช็ดปากต้องวางตามตำแหน่ง เป๊ะและสะอาด (บางที่เช็กคราบนิ้วมือด้วย) - ลำดับการเสิร์ฟ: เครื่องดื่ม > อาหารเรียกน้ำย่อย > เมนคอร์ส > ของหวาน เก็บจานต้องดูจังหวะ ไม่รีบจนแขกรู้สึกโดนเร่ง 3) ภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อย (จำแค่นี้ก็ช่วยมาก) - “May I take your order?” รับออเดอร์ได้ไหม - “Would you like still or sparkling water?” รับน้ำเปล่าหรือน้ำอัดแก๊ส - “Enjoy your meal.” ทานให้อร่อย - “May I clear the plates?” ขอเก็บจานได้ไหม 4) เรื่องทิป/Service Charge ควรถามให้ชัด บางโรงแรมมี service charge แยกจากทิป และมีวิธีแบ่งต่างกัน (ตามชั่วโมง/ตามตำแหน่ง) วันสัมภาษณ์หรือวันเริ่มงานถามหัวหน้างานให้เคลียร์ จะได้ไม่คาดหวังผิด 5) มื้ออาหารพนักงานและการดูแลร่างกาย ส่วนตัวเราพยายามกินให้ครบ เพราะบางวันยุ่งจนพักน้อย (บางที่มีอาหารพนักงานเป็นถาด ข้าวกับกับข้าวง่าย ๆ) แนะนำพกน้ำเปล่า/ลูกอมแก้คอแห้ง และเตรียมแผ่นแปะกันรองเท้ากัดหรือถุงเท้าดี ๆ 6) ตอบคำถามที่คนชอบสงสัย: “คือใครในภาพ?” ภาพแนวเซลฟี่ชุดทำงานที่หลายคนเห็น ส่วนใหญ่ก็เป็นพนักงานที่ถ่ายก่อนเริ่มกะหรือระหว่างพัก เพื่อเช็กความเรียบร้อยของยูนิฟอร์มและบุคลิกภาพให้พร้อมรับแขกนั่นแหละ 7) ถ้าสนใจ “ชุดพนักงานโรงแรม” (เช่นสไตล์อนันตรา) แต่ละโรงแรมมีมาตรฐานยูนิฟอร์มต่างกัน แต่โทนหลักมักสุภาพ เนี้ยบ รีดเรียบ สีพื้น (ขาว/ดำ) และเน้นความคล่องตัว แนะนำถาม HR เรื่องทรงเสื้อ รองเท้า และทรงผมที่อนุญาตตั้งแต่แรก จะได้เตรียมถูกและไม่โดนทักหน้างาน สรุป: ถ้าเตรียมร่างกายให้พร้อม ยูนิฟอร์มเนี้ยบ จำผังโต๊ะ + ประโยคอังกฤษพื้นฐาน งานพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมจะสนุกขึ้นเยอะ และโตไวจริงจากการเจอแขกหลายรูปแบบ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ mr.anakkadet
mr.anakkadet

เก่งมากครับ 👍👍👍

ดูเพิ่มเติม(1)