ในเรื่องความซวยของตัวเองเนี่ยมีเยอะมาก วันนี้ขอมาเล่าเรื่องจักรยานหายให้ฟัง
ตอนนั้นย้ายมาทำงานในกรุงเทพใหม่ๆ ยังเก็บเงินอยู่ อยากประหยัด เลยลงทุนซื้อจักรยานราคาเกือบหมื่น(ประหยัดยังไงฟะ) มาใช้เดินทางไปทำงาน เพราะที่ทำงานอยู่ใกล้ด้วย และคล่องตัวกว่าตอนรถติดแบบนรกในเมือง
....วันนั้นเป็นวันหยุด มีนัดหมอคลินิกที่ไกลมาก ก็ตื่นเช้าปั่นจักรยานไปจอดหน้าซอย คล้องโซ่ล็อคไว้เหมือนทุกครั้ง แล้วขึ้นรถไฟฟ้า ไปหาหมอ พอหาหมอเสร็จ ด้วยความเป็นคน
ชิลล์แถมอยากประหยัดอีก เลยนั่งรถเมล์กลับมา
พอลงรถที่ป้ายปลายทาง มองไปจุดที่ล็อคจักรยานไว้... ไม่เห็นมันอยู่ตรงนั้นแล้ว ใจไม่ดีเลย ลงรถปุ๊บวิ่งข้ามสะพานลอยไปดูทันที พอถึงยืนสตั้นอยู่พักหนึ่งเลย จักรยานที่ซื้อมาไม่ถึง 3 เดือน ไม่เหลือแม้กระทั่งโซ่ล็อค
ตั้งสติได้ก็ไปถามวินมอไซค์แถวนั้น เขาก็ไม่รู้ไม่เห็น สุดท้ายตัดสินใจไปแจ้งความ ตำรวจมาดูที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปไปตามขั้นตอน แล้วก็ขับวนดูรอบๆให้ แต่ก่อนกลับยังพูดทิ้งท้ายว่า
”จักรยานแพงแบบนี้ให้ทำใจไว้ก่อนเลย เพราะมอไซค์หายยังไม่ค่อยได้คืนเลย จักรยานยิ่งไม่ต้องพูดถึง“
กลับห้องมาโทรเล่าให้แม่ฟัง แม่บอกว่าไม่เป็นไรลูก ถือว่าฟาดเคราะห์ ในหัวเถียงแม่ทันทีเลยว่า ฟาดเคราะห์แพงมากนะแม่ ทั้งแม่ทั้งตำรวจพูดให้กำลังใจกันได้ลบสุดๆ
จากวันนั้นต้องเดินไปทำงานอยู่หลายวัน จนเจ้าของหอพักสงสารหรือเอ็นดูอะไรไม่รู้ ใจดีเอาจักรยานเก่าๆที่บ้านมาให้ยืมปั่นไปทำงาน ขอบคุณมากเลย ในเรื่องแย่ๆแบบนี้ยังเจอคนใจดีก็โอเคแล้ว
สุดท้ายตำรวจโทรมาบอกว่ากล้องเสียมุมที่เห็นเป็นกล้องเอกชน ต้องไปขอเอง แล้วยังพูดต่อว่านี่น่าจะเป็นแก๊งมืออาชีพ (รู้ตั้งแต่มันตัดโซ่แล้วครับ) หลบกล้องได้ทุกมุมเลย เราก็ไปขอไฟล์จากเอกชนนู้นนี้ เอาไปให้ตำรวจ แล้วโทรตามพี่ตำรวจจนตัวเองรำคาญตัวเอง สุดท้ายเลิกตามไปแล้ว ทำใจ
พยายามตามหามากนะ ถึงขนาดเข้าไปในกลุ่มเฟซบุ๊คซื้อขายจักรยานเพื่อดักรอโจรคนนั้นเอามาขายต่อ ถ้าโจรคนนั้นได้มาอ่านโพสต์นี้ โปรดขายจักรยานสีฟ้าคันนั้นให้ได้มากกว่าทุนที่ผมซื้อมานะครับ TT
# เรื่องซวย #ชีวิตคนกรุงเทพ #โจรขโมยจักรยาน #คนเอ๋อ #เรื่องจริงภาาพปลอม








