自動翻訳されています。元の投稿を表示する

キャプションの詳細 👇

🧠1)慢性神経疲労を有する患者

神経が絶えず刺激されている→首や肩の筋肉が強く緩まない→深い緊張の痛み+頻繁な痺れ

🫀2)脳を養うのに十分な血液がない。

循環が遅くなる→酸素が脳に届かない→めまい、フレア、タイムスタビライザー、目を閉じてください。

💪3)低酸素筋

血液が届かない→乳酸が蓄積する→痛み、緊張、痛み、動き、ガーディング。

⚡4)身体のエネルギーシステムが低下している。

ミトコンドリア疲労→体の弱さ、息切れがなく、手足に力がない。

🛡️5)細胞の炎症

免疫不全→慢性炎症が起こる→全身の痛み。

🦠6)ストレスや長時間の薬物使用による腸のバランスの喪失

栄養素の吸収不良→神経や筋肉の原材料不足、修復→症状が改善しない。

💊7)何年も同じ薬を服用しています。

薬はneuroimmunosuppressionに行きます→症状は圧迫され、根本原因で治療されません→体はゆっくりと回復します。

🩸8)低酸素血腫(かつては地中海貧血であった)

簡単な秋の体のエネルギー→めまい、弱さ、簡単な痛みや痛み。

#神経質な結末 #肩と首の痛み #筋肉の弱さ #神経終末を回復するだけ

@神経終末を回復するだけ

@神経終末を回復するだけ

@神経終末を回復するだけ

2025/12/6 に編集しました

... もっと見るอาการมึนตึงและเวียนหัวเรื้อรังมักเกิดจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย ตามที่กล่าวถึงในบทความ เช่น ระบบประสาทล้าที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกระตุ้นตลอดเวลาทำให้กล้ามเนื้อคอและบ่าเกร็งไม่คลาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดตึงลึก ๆ และมึนหัวบ่อยครั้ง นอกจากนี้ เลือดที่ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ส่งผลให้การไหลเวียนช้าลง ออกซิเจนไม่ถึงสมอง ทำให้เกิดอาการเวียนหัว วูบ โคลงเมื่อหลับตา กล้ามเนื้อขาดออกซิเจนเนื่องจากการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดีพอ ทำให้กรดแลคติกสะสมในกล้ามเนื้อ เกิดอาการปวดตึงและเจ็บขยับแล้วมีอาการจี๊ด ๆ อย่างชัดเจน ระบบพลังงานของร่างกายที่ตกต่ำจากไมโตคอนเดรียอ่อนล้ายิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแรง หายใจไม่เต็มปอด และเกิดอาการมือเท้าไม่มีแรงได้ นอกจากนี้ การอักเสบระดับเซลล์ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำงานผิดจังหวะ ส่งผลให้มีการอักเสบแบบเรื้อรังและเกิดอาการเจ็บเมื่อยทั่วไปทั่วร่างกาย อีกหนึ่งสาเหตุที่สำคัญคือความเสียสมดุลของลำไส้ที่มักเกิดจากความเครียดสะสมและการใช้ยาเป็นเวลานาน ส่งผลให้การดูดซึมสารอาหารไม่เต็มประสิทธิภาพ กล้ามเนื้อและประสาทจึงขาดวัตถุดิบในการซ่อมแซมทำให้อาการไม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ที่ทานยาต่อเนื่องนานหลายปี ยาเหล่านั้นอาจไปกดระบบประสาทและภูมิคุ้มกัน ทำให้อาการถูกกดไว้โดยไม่รักษาต้นเหตุ ส่งผลให้ร่างกายฟื้นตัวช้าลงอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่มีประวัติเป็นธาลัสซีเมีย เม็ดเลือดจะนำออกซิเจนได้น้อยกว่าปกติ ทำให้พลังงานในร่างกายตกง่าย เกิดเวียนหัว อ่อนแรง และปวดเมื่อยได้ง่ายอีกด้วย การดูแลสุขภาพที่เหมาะสมควรรวมถึงการปรับพฤติกรรมลดความเครียด การพักผ่อนให้เพียงพอ การบริหารกล้ามเนื้อคอและบ่าผ่านการนวดหรือออกกำลังกายเบา ๆ และการปรับอาหารให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนพร้อมเสริมสร้างระบบไหลเวียนเลือด สำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ตรงจุดอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมให้ร่างกายฟื้นฟูได้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน