Automatically translated.View original post

It's time to check yourself. ⚠️

Shoulder neck stiffness pain is not just caused by "fatigue," but a warning sign that the neck structure is overbearing.

People who bend often or inevitably use their necks... the pressure on the neck bone will increase several times. The back muscles must tense all the time to support a head that weighs nearly 5 kilograms.

Chronically tense muscles cause blood flow to decrease, not enough oxygen to feed the tissue to accumulate inflammation... as the pressure continues to accumulate, the neck bone pillow deteriorates faster, the channel through which the nerve passes narrows, the consequences are not just pain.

But it can start numbness, fracture down the arm, arm weakness, dizziness, dazzling, or a frame when moving the neck.

If released chronically, nerve compression can be more severe and recovery is many times more difficult than the initial stage.

## Just restore the nerve endings## Nervous endings## Hand tea, foot tea## Shoulder neck pain## Muscle weakness

Review @ @ Just restore the nerve endings

🫐 @ @ Just restore the nerve endings.

🌱 @ @ Just restore the nerve endings.

2/22 Edited to

... Read moreในประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยมีอาการปวดตึงคอบ่าไหล่มาหลายเดือน จนเริ่มรู้สึกว่าการหมุนคอทำให้เกิดอาการชาและแขนร้าวลงไปด้วย จึงไปพบแพทย์และได้รับคำแนะนำว่าเป็นเพราะ "การกดทับเส้นประสาทในบริเวณคอ" ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกคอ การใช้เวลานานๆ ในท่านั่งก้มหน้า หรือทำงานกับคอในท่าที่ไม่เหมาะสม ทำให้แรงกดบนกระดูกคอเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ สิ่งที่ผมทำตามคือ เริ่มปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง แนะนำให้ลุกและเปลี่ยนท่าทุก 30 นาทีเพื่อคลายกล้ามเนื้อ พร้อมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ยังฝึกออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและบ่า ซึ่งช่วยลดอาการปวดและชาได้อย่างเห็นผล สิ่งที่สำคัญคือการสังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการชาเป็นระยะเวลานาน แขนหรือมืออ่อนแรง หรือเวียนหัวบ่อยครั้ง ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม เพราะหากปล่อยไว้เรื้อรัง การกดทับเส้นประสาทอาจส่งผลรุนแรงและฟื้นตัวได้ยาก การดูแลแบบเบื้องต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การปรับพฤติกรรมการใช้คอในชีวิตประจำวัน รวมถึงการยืดกล้ามเนื้อและใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยดูแลปลายประสาทที่มีคุณภาพ เช่น "เพียงฟื้นฟูปลายประสาท" ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างดีครับ จากประสบการณ์ตรงนี้ ผมจึงอยากแนะนำให้ทุกคนที่มีอาการปวดตึงคอหรืออาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับปลายประสาท ไม่ควรรอช้า รีบเช็คอาการและดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างรวดเร็วและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้อย่างมาก