หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้ายังไม่ชามือ ไม่ชานิ้ว แปลว่าเป็นแค่กล้ามเนื้อธรรมดา ⚠️

อาการปวดตึงคอบ่าไหล่เรื้อรัง มักเริ่มจาก กล้ามเนื้อคอ บ่า และสะบักที่เกร็งสะสมเป็นเวลานาน ยิ่งในคนที่

✅ ก้มมือถือหรือจอคอมนาน

✅ นั่งทำงานท่าเดิมหลายชั่วโมง

✅ นอนหมอนสูงหรือท่านอนไม่เหมาะ

✅ ความเครียดที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตลอดเวลา

เมื่อกล้ามเนื้อเกร็งต่อเนื่อง จะทำให้เกิด การอักเสบเล็ก ๆ ในกล้ามเนื้อและพังผืด ช่วงแรกอาการมักจะเป็นแค่ตึงคอ บ่า ไหล่ มีปวดร้าวขึ้นศีรษะ หรือปวดท้ายทอยบ้าง อาการมึน โครงเครง เวียนหัวเล็ก ๆ หรือจ้องจอนานไม่ได้ ปวดตา ปวดหัวง่าย

**หลายคนจึงคิดว่าเป็นแค่ Office syndrome ธรรมดา

🩸แต่ถ้าปล่อยไว้นาน กล้ามเนื้อที่เกร็งจะเริ่ม กดทับเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณคอ ซึ่งเป็นเส้นสำคัญที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง และควบคุมการทำงานของแขน !! เมื่อการไหลเวียนเลือดไม่ดี และเส้นประสาทเริ่มถูกกดทับ บางคนจะเริ่มมีอาการเพิ่มขึ้น เช่น

• เวียนหัวบ่อย

• มึนโครงเครง เดินไม่ค่อยมั่นคง

• ชาที่แขนหรือปลายนิ้ว

• กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง

• ปวดร้าวจากคอลงแขน

และในระยะยาวยังเพิ่มความเสี่ยงของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม, หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท, หรือบางเคสอาจรุนแรงจนต้อง ผ่าตัดคอ

ซึ่งใครที่ทานยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่การนวด

จะสามารถช่วยได้แค่ บรรเทาอาการชั่วคราว (แม้หลายหลายคนดีขึ้นแต่อาการจะกลับมาเป็นซ้ำง่าย) เพราะยังไม่ได้ฟื้นฟู

✅ เซลล์กล้ามเนื้อ

✅ เส้นเอ็นและพังผืด

✅ หรือระบบประสาทที่เริ่มอักเสบ

จึงทำให้หลายคนปวดซ้ำ ๆ เรื้อรังเป็นปี 🩻 คำแนะนำคือ นอกจากปรับพฤติกรรมหรือเริ่มยืดเหยียดบ่อยๆ เพื่อลดการกดทับจากภายนอกแล้ว ระบบภายในก็ควรเริ่มฟื้นฟูตั้งแต่ช่วงที่ยังไม่ชาแขน เพื่อลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ และช่วยให้ เซลล์และระบบประสาทซ่อมแซมตัวเองได้ทันก่อนเรื้อรังรัาษายากค่ะ

สนใจวิตามินฟื้นฟูทักข้อความนะคะหรือติดต่อหน้าโปรไฟล์

##เพียงฟื้นฟูปลายประสาท##ปลายประสาทอักเสบ##ชามือชาเท้า##ปวดคอบ่าไหล่##กล้ามเนื้ออ่อนแรง

รีวิว@@เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

🫐@@เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

🌱@@เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

3/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยปวดตึงคอบ่าไหล่หลายเดือน โดยตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่ตึงกล้ามเนื้อธรรมดาเหมือนที่หลายคนเคยเข้าใจ แต่พอปล่อยไว้นานกลับเริ่มมีอาการเวียนหัวและมึนโครงเครงซึ่งผมไม่เคยเป็นมาก่อน จึงไปพบแพทย์และได้ทราบว่า กล้ามเนื้อที่เกร็งตึงและพังผืดบริเวณคอส่งผลให้เกิดภาวะกดทับเส้นเลือดและประสาท ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและระบบประสาทในร่างกาย โดยเฉพาะคนที่ใช้เวลานานกับก้มมือถือตรวจจอคอมหรือรักษาท่านั่งเดิมนาน ๆ รวมถึงการนอนหมอนสูง รวมถึงความเครียดที่ทำให้ร่างกายเกร็งกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลา จะทำให้อาการยิ่งเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยแบ่งเวลาลุกยืดเสมอ ลดการจ้องหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์นาน ๆ รวมถึงหมั่นทำท่ายืดเหยียดคอและบ่าอย่างสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือการฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและพังผืดภายใน ไม่ใช่แค่ใช้ยาหรือการนวดเพียงชั่วคราว เพราะยังไงก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง จึงเลือกใช้วิตามินและอาหารเสริมที่ช่วยลดการอักเสบและส่งเสริมการซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ชาแขน กล้ามเนื้ออ่อนแรง และหมอนรองกระดูกคอเสื่อม ผมอยากแนะนำให้ใครที่ปวดตึงเรื้อรังแต่ยังไม่ชาควรใส่ใจและรีบเริ่มฟื้นฟู ก่อนที่จะมีอาการรุนแรง เพราะการป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถลดความเสี่ยงต่อการผ่าตัดหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้มาก นอกจากนี้ ความเข้าใจผิดที่คิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้อธรรมดาโดยไม่มีผลเสียต่อระบบประสาทนั้น เป็นสิ่งที่อันตรายและควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน