ไม่ใช่ทุกคนที่ปลายประสาทอักเสบจะ “ชา”

จริง ๆ อันนี้เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิดค่ะ เพราะเวลาพูดถึง “ปลายประสาทอักเสบ” คนส่วนใหญ่จะนึกถึงแค่ชา ปวดแสบปวดร้อน หรือชาปลายมือปลายเท้า

แต่ความจริงแล้ว เส้นประสาทไม่ได้มีหน้าที่แค่รับความรู้สึก ยังรวมถึงเส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัว ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และการรับรู้ตำแหน่งร่างกายด้วย

ถ้าเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัวเริ่มทำงานผิดปกติ สมองจะได้รับข้อมูลจากตา หูชั้นใน และร่างกายไม่ตรงกัน ทำให้เกิดอาการ

• มึนหัว

• โคลงเคลงเหมือนเดินบนเรือ

• เวลาหันหัวหรือมองของเคลื่อนไหวแล้วเวียนหัว

• รู้สึกพื้นเอียง

• เดินไม่มั่นคง

• เหมือนจะล้มทั้งที่ไม่ได้บ้านหมุน

นอกจากนี้ถ้าเริ่มกระทบ ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ก็จะเกิดอาการ

• ใจสั่น

• ใจเต้นแรง

• มือเท้าเย็น

• เหงื่อออกง่าย

• ร้อนวูบวาบ

• หน้ามืด

• เหมือนจะเป็นลม

• คลื่นไส้

ซึ่งเป็นอาการที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นแพนิค แต่บางครั้งร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่าระบบประสาทกำลังทำงานผิดปกติอยู่ ยิ่งในคนที่มี ไขมันสูง เบาหวาน ความดัน หรือการอักเสบเรื้อรัง หลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทจะเริ่มเสื่อมก่อน ทำให้เส้นประสาทได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่พอ

ดังนั้นอาการมึน โคลงเคลง เวียนหัว จึงไม่ใช่เกิดจากหูชั้นในหรือสมองอย่างเดียว แต่สามารถเกิดจาก “เส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัวและระบบประสาทอัตโนมัติ” ฟื้นตัวได้ไม่ดีเช่นกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนเริ่มจากแค่ชาปลายมือปลายเท้า แต่พอปล่อยไว้นานขึ้น กลับมีอาการเวียนหัว โคลงเคลง ใจสั่น หรือเหมือนจะวูบตามมาได้ แม้ว่าผลตรวจบางอย่างจะยังดูปกติก็ตาม ☺️☺️

#เพียงฟื้นฟูปลายประสาท #ตึงคอบ่าไหล่ #ชามือชาเท้า #ปลายประสาทอักเสบ #กล้ามเนื้ออ่อนแรง

รีวิว @เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

🫐 @เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

🌱 @เพียงฟื้นฟูปลายประสาท

6/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยประสบปัญหาเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบ สิ่งที่อยากเน้นคือหลายคนมักจะมองข้ามอาการอื่นๆ นอกจากอาการชาเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว อาการอย่างเช่น มึนหัว เดินไม่มั่นคง หรือแม้กระทั่งใจสั่น ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่ไม่ควรละเลย เมื่อเส้นประสาทที่ควบคุมการทรงตัวและระบบประสาทอัตโนมัติเริ่มทำงานผิดปกติ ร่างกายของเราจะส่งสัญญาณออกมาผ่านหลากหลายรูปแบบ ไม่เพียงแต่ชาหรือเจ็บแสบที่ปลายมือปลายเท้าเท่านั้น อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ไขมันสูง หรือความดันโลหิตสูง เพราะหลอดเลือดเล็กที่เลี้ยงเส้นประสาทจะลดประสิทธิภาพ ทำให้เส้นประสาทขาดออกซิเจนและสารอาหาร สิ่งที่สำคัญคือต้องสังเกตและจดบันทึกอาการที่เกิดขึ้น หากคุณเริ่มมีอาการมึนหัว เวียนหัวรุนแรง หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม พร้อมกับมีชาปลายมือปลายเท้าร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม โดยไม่ควรมองว่าเป็นแค่ความเครียดหรืออาการแพนิค นอกจากนี้ การดูแลตนเองด้วยการควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน และการรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นประสาท รวมถึงพักผ่อนให้เพียงพอ สามารถช่วยฟื้นฟูและบรรเทาอาการได้จริง การออกกำลังกายที่เหมาะสม มีส่วนช่วยให้ระบบประสาทและการทรงตัวดีขึ้นอีกด้วย จากการได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและการรักษาที่เหมาะสมร่วมกัน อาการที่เคยเป็นหนัก เช่น ใจสั่นและมึนหัว ค่อยๆ ดีขึ้นจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ สิ่งนี้ยืนยันว่าปลายประสาทอักเสบมีผลกระทบกว้างกว่าที่หลายคนคิด และการดูแลรักษาอย่างครบวงจรคือกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพประสาทอย่างยั่งยืน สุดท้าย อยากแนะนำให้ทุกคนใส่ใจในสัญญาณเตือนของร่างกายและอย่ารอช้า เพราะการรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในอนาคต กลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์จริงที่ได้แชร์ไว้ หวังว่าจะช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจและดูแลปลายประสาทได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

ค้นหา ·
ชามือปลายประสาทอักเสบ