Chanel duo lip สวอช3สีฮิต

1/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามกันบ่อยว่า Chanel Duo Lip สีไหนสวย และถ้าจะเลือกสักแท่งระหว่าง 69 / 174 / 186 ควรเริ่มจากสีไหน เราลองสวอชทั้ง 3 สีบนแขน (ตามภาพจะเห็นตัวเลข 69, 174, 186 ชัดๆ) แล้วสรุปฟีลสี + โอกาสใช้งานให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อช่วยตัดสินใจได้เร็วขึ้น **Chanel Duo Lip คืออะไร ทำไมสีติดทน** ลิปดูโอ้เป็นแบบ 2 ขั้นตอน: ด้านสี (ทาลงไปก่อน) + ด้านท็อปโค้ตใส (ทาทับเพื่อเพิ่มความเงาและล็อกสี) จุดเด่นคือพอเซ็ตตัวแล้วจะติดทนกว่าลิปทั่วไป และท็อปโค้ตช่วยให้ปากดูอิ่มขึ้นแบบไม่ต้องทาซ้ำบ่อย **สรุปโทนสี 69 / 174 / 186 แบบเลือกง่าย** - **สี 69**: โทนชมพู/ม่วงติดหวานนิดๆ ให้ลุค “น่ารักแต่ยังดูแพง” เหมาะกับวันที่แต่งหน้าโทนชมพูหรืออยากให้ปากดูเด่นขึ้นอีกระดับ ถ้าผิวขาว-ผิวกลางจะขึ้นสีชัดสวยมาก ส่วนผิวสองสีแนะนำทาบางๆ แล้วค่อยเพิ่มเลเยอร์ จะได้ไม่เข้มเกิน - **สี 174**: โทนชมพูสุภาพที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า 69 เล็กน้อย เป็นสีที่หยิบใช้ง่ายไปทำงาน/ออกงานได้ ถ้าวันไหนแต่งตาเข้มๆ สีนี้จะบาลานซ์ดี ไม่ทำให้หน้าดุเกิน - **สี 186**: สำหรับเราเป็นสีที่ “ละมุนและสุภาพที่สุด” ในสามสีนี้ ฟีลชมพูติดนู้ดที่ใช้ได้ทุกวัน เหมาะมากกับลุคทำงาน ลุคคลีนๆ หรือวันที่อยากแต่งหน้าเบาๆ แต่ยังดูมีอะไร สีนี้ถ่ายรูปขึ้นและเข้ากับเมคอัพหลายโทน เลยกลายเป็นแท่งที่หยิบใช้บ่อยสุด **ทริคทาให้สวยและติดทน (ทำตามนี้แล้วต่างจริง)** 1) เตรียมปาก: ซับลิปมันออกก่อน ทาให้ปากแห้งนิดๆ จะเกาะสีดี 2) ทาด้านสี: ทาบางๆ ก่อน รอให้เซ็ต 20–30 วินาที แล้วค่อยทาซ้ำเฉพาะจุดที่อยากให้แน่น 3) ทาท็อปโค้ต: ปาดบางๆ พอ ไม่ต้องถูไปมาเยอะ เพราะอาจดึงชั้นสีให้เป็นคราบ 4) ถ้ากินข้าวมันๆ: สีจะยังอยู่ แต่ความเงาอาจหาย ให้เติม “ท็อปโค้ตอย่างเดียว” จะกลับมาวาวสวยโดยไม่ทำให้หนา **เลือกสีไหนให้คุ้มสุด** - อยากได้แท่งเดียวจบ ใช้ได้ทุกวัน: **186** - อยากได้ชมพูที่ดูสุภาพ แต่ยังมีความหวาน: **174** - อยากได้โทนชมพู/ม่วงที่เด่นขึ้นและสนุกขึ้น: **69** ถ้ากำลังเล็งระหว่าง 174 กับ 186 แนะนำให้ดูสไตล์แต่งหน้าในชีวิตจริงของตัวเองเป็นหลักเลย—ถ้าแต่งเบาๆ บ่อยๆ 186 จะหยิบใช้คุ้มมาก ส่วน 174 จะเหมาะกับวันที่อยากให้ปากดู “แต่งแล้ว” มากขึ้นอีกนิดค่ะ

ค้นหา ·
chanel duo lipstick 174 vs 186