Automatically translated.View original post

Japanese flour ✨ used daily until pitted.

2025/8/7 Edited to

... Read moreถ้าพูดถึง “แป้งญี่ปุ่น” ส่วนตัวรู้สึกว่าเสน่ห์คือความงานผิวที่ดูเนียนแต่ไม่หนา เหมาะกับวันเร่งรีบหรือวันที่ไม่อยากลงรองพื้นหนักๆ เราเลยชอบใช้แป้งอัดแข็ง 2 ตลับสลับ/ผสมกัน เพราะแต่ละตลับให้ฟินิชต่างกัน: ตัวหนึ่งจะเด่นเรื่องคุมมันและช่วยปกปิดรอยดำ ส่วนอีกตัวจะช่วยให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้น พอใช้คู่กันแล้วได้ลุค everyday look ที่ผิวดูเรียบ เนียน และยังรู้สึกสบายผิวตลอดวัน ทริคที่เราทำบ่อยๆ คือ “แบ่งหน้าที่ให้แป้ง” ถ้าวันไหนมันง่าย (โดยเฉพาะช่วงทีโซน) เราจะใช้แป้งที่คุมมันและช่วยปกปิดรอยดำลงบางๆ ก่อน เน้นบริเวณข้างจมูก หน้าผาก และคาง จากนั้นค่อยปัด/กดแป้งที่ช่วยให้หน้ากระจ่างใสทับเบาๆ บริเวณแก้มและกรอบหน้า จะได้ความสว่างแบบละมุน ไม่วอก แต่หน้าดูสดขึ้นทันที เหมาะมากกับวันที่แต่งน้อยๆ แค่คิ้ว ลิป และบลัช เรื่องอุปกรณ์ก็มีผลเหมือนกัน ถ้าอยากได้ฟินิชที่เนียนและติดผิว เราจะใช้พัฟกดเบาๆ โดยเริ่มจากกลางหน้าแล้วค่อยๆ ไล่ออกข้างนอก (อย่าถูแรง เพราะแป้งจะเป็นคราบง่าย) แต่ถ้าวันไหนอยากได้ลุคบางๆ จะใช้แปรงปัดวนเบาๆ จะได้ผิวที่ดูซอฟต์และเป็นธรรมชาติ สำหรับคนที่กังวล “อุดตัน” เราแนะนำให้ดู 2 อย่างคู่กันคือ 1) ลงสกินแคร์ให้ซึมก่อนลงแป้ง โดยเฉพาะกันแดด ถ้ายังเหนอะจะทำให้แป้งจับตัวเป็นก้อน 2) ทำความสะอาดพัฟ/แปรงสม่ำเสมอ เพราะสิ่งสกปรกสะสมทำให้สิวง่ายกว่าตัวแป้งอีก อีกทริคที่ช่วยให้แป้งติดทนคือ พกแผ่นซับมันไว้ก่อนเติม ระหว่างวันถ้ามันให้ “ซับก่อนแล้วค่อยเติม” จะได้ไม่หนาและไม่เป็นคราบ แล้วค่อยแตะเฉพาะจุดที่ต้องการคุมมันหรือปกปิดรอยดำก็พอ สุดท้าย ถ้าใครกำลังเลือกแป้งญี่ปุ่นสาย everyday เราว่าคีย์เวิร์ดคือ คุมมันได้แต่ไม่แห้งผาก, ไม่อุดตัน, และให้ผิวกระจ่างใสแบบพอดีๆ ลองใช้วิธีผสม 2 ฟินิชแบบเราดู รับรองเข้าใจเลยว่าทำไมใช้ทุกวันจนเป็นหลุม!