ศาลาแก้วกู่ หนองคาย

สถานที่📍: /ศาลาแก้วกู่ หนองคาย

มีค่าเข้าชม 20 บาทค่ะ 💰

ศาลาแก้วกู่เป็นอุทยานเทวาลัยในจังหวัดหนองคาย สร้างขึ้นโดย ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ (ปู่เหลือ) เมื่อปี พ.ศ. 2521 เพื่อแสดงความเชื่อที่ว่า "ทุกศาสนาสามารถอยู่รวมกันได้". ภายในอุทยานมีรูปปั้นคอนกรีตขนาดใหญ่กว่า 200 องค์ ทั้งพระพุทธรูป เทพเจ้าฮินดู บุคคลในศาสนาคริสต์ และเรื่องราวจากวรรณคดีพื้นบ้าน. ปู่บุญเหลือเป็นผู้สร้างสวนพระที่นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว (สวนพุทธมณฑล) มาก่อน และย้ายมาสร้างศาลาแก้วกู่ในปี พ.ศ. 2521

#วัดหนองคาย #ที่เที่ยวหนองคาย #ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #Lemon8ฮาวทู

Sala Kaeo Ku
2025/9/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “ศาลาแก้วกู่ หนองคาย รูปภาพ” เพื่อเช็กก่อนออกเดินทาง เราว่าที่นี่ถ่ายรูปขึ้นกล้องมาก เพราะมีประติมากรรมคอนกรีตขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ ทั้งพระพุทธรูปยืนองค์สูง พระพุทธรูปปางสมาธิ สัญลักษณ์ธรรมจักร รูปปั้นช้าง และไฮไลต์ที่หลายคนตามหาคือ “พญานาคเจ็ดเศียร” ที่ยืนเป็นฉากหลังแล้วภาพดูอลังการทันที (โดยเฉพาะตอนท้องฟ้าใสๆ) การเดินชมในศาลาแก้วกู่ (บางคนค้นว่า ศาลากู่แก้ว/กู่แก้ว หนองคาย) แนะนำเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงค่ะ เพราะรูปปั้นมีเยอะและแต่ละจุดมีรายละเอียดให้ดูเพลินๆ บางโซนเป็นทางเดินโล่ง บางจุดมีม้านั่งหินให้นั่งพัก ถ้าไปช่วงกลางวันแดดค่อนข้างแรง เราพกหมวกหรือร่มไปแล้วช่วยได้มาก แล้วอย่าลืมน้ำเปล่า เพราะเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เหนื่อยง่ายกว่าที่คิด ทริคถ่ายรูปส่วนตัวของเรา: ถ้าอยากได้ภาพที่เห็นความ “ใหญ่” ของงานปั้น ลองถ่ายแบบให้คนยืนเทียบสเกล หรือถ่ายมุมกว้างเก็บพญานาค/พระพุทธรูปทั้งองค์ จะได้ฟีลเหมือนในรูปรีวิวที่คนชอบหาในกูเกิลเลย อีกมุมที่ถ่ายสวยคือช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะนุ่ม ทำให้รายละเอียดพื้นผิวของรูปปั้นดูมีมิติขึ้น และท้องฟ้าจะสีสวยมาก เรื่องค่าเข้าชมยังเป็นมิตรสุดๆ (20 บาท) แต่เราแนะนำเตรียมเงินสดไว้เผื่อสะดวก และแต่งตัวสุภาพนิดนึงเพราะบรรยากาศเป็นเชิงศาสนา/ความเชื่อ แม้จะเป็นอุทยานเทวาลัยมากกว่าวัดทั่วไป สำหรับคนที่อยากรู้พื้นหลังคร่าวๆ ก่อนมา: ศาลาแก้วกู่สร้างขึ้นเพื่อสื่อแนวคิดว่า “ความเชื่อต่างศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้” ทำให้เราเห็นองค์ประกอบหลายศาสนาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เดินไปจะยิ่งรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์มากของหนองคาย ใครมาเที่ยวเมืองนี้แล้วอยากได้ที่เที่ยวที่ทั้งถ่ายรูปสวยและมีเรื่องราว แนะนำให้ปักหมุดศาลาแก้วกู่ไว้เลยค่ะ