เล่มนี้ฉันชอบ 🩷 ภาพภพ 🌿⭐️
เล่มที่ 53 🎈 13 พฤศจิกายน 2568
📍“ วันหนึ่งถ้าเราต้องจากกันไป ยามใดที่คิดถึงฉันให้เธอวาดรูปฉันนะทับ ”
นักเขียน : ฟารุต
สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ
พิมพ์ครั้งที่ : ครั้งที่ 1 กันยายน 2566
จำนวนหน้า : 431 หน้า
📍 สาวน้อยอเดลลา เวอร์ราชิโอ นักศึกษาชาวอิตาลี มีความสามารถในการวาดภาพได้รับทุนแลกเปลี่ยน เดินทางมายังประเทศไทย เธอพบกับ บุรฉัตร วิชญนานนท์ ศิลปินชื่อดังของประเทศและเป็นอาจารย์พิเศษที่เธอต้องเรียนศิลปะด้วย น่าแปลกใจเขามีใบหน้าคล้ายกับเด็กหนุ่มในฝันของอเดลลา และภาพวาดเรือนไม้ของเขาก็เช่นกัน คล้ายกับภาพในฝันทั้งนั้น ฝันที่อเดลลาเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากตั้งแต่ยังอายุน้อยๆฝันมาตลอดจนทุกวันนี้ บุรฉัตรจะเป็นคำตอบให้เธอหรือ ⭐️เมื่อได้ใกล้ชิดกับอาจารย์หนุ่มได้พูดคุยถึงความชอบในงานศิลปะจึงรู้สึกสนิทสนมและคุ้นเคยกันมากขึ้น และเมื่อได้มีโอกาสไปที่บ้านคุณย่าของบุรฉัตร อเดลลาฝันเห็นสิ่งแปลกประหลาด ความน่ากลัว ถึงขั้นจะนำพาเธอปลิดชีพตัวเอง ⭐️ อเดลลามีความวิตกกังวลเป็นเพราะอะไรกัน ทำไมถึงเจอเรื่องแบบนี้ และที่น่าตกใจไม่แพ้กัน บุรฉัตรเองก็ฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายอเดลลา มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ทว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคนกันแน่ ⭐️ เรื่องราวในอดีตจึงผุดขึ้นมาในภาพการระลึกชาติของทั้งสอง ⭐️ทั้งอเดลลาและบุรฉัตรจะได้คำตอบว่า เด็กหนุ่ม และชายคนนั้นเป็นใครกัน !!
📌ปล. ฉันผู้ชื่นชอบผลงานการวาดภาพหน้าปกนวนิยายของอาจารย์ฟารุตมาเนิ่นนาน ตอนนี้ฉันได้อ่านผลงานการเขียนนวนิยายของท่าน รู้สึกประทับใจมากๆ ขอชื่นชมการเขียนของอาจารย์ที่อ่านแล้ววางไม่ลง การบอกเล่าเรื่องราว ความรักในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครย่อมมีทั้งสมหวังและผิดหวัง แต่ความผิดหวังได้สร้างความโกรธแค้นและการกระทำที่เลวร้ายไม่เกิดผลดี ⭐️ซาบซึ้งกับรักที่เกิดขึ้นด้วยหัวใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ยังคงรักไม่เสื่อมคลาย ฉันสงสารเด็กหนุ่มทับจับใจ เด็กหนุ่มในฝันของอเดลลา ชายชาวต่างชาติ นายช่างจิอานโน คนในฝันของบุรฉัตร ขอให้ภาพวาดจากหัวใจ เป็นภาพที่จะนำพาให้มาพบกันอีกและจำกันได้นะ…อยากบอกว่า เล่มนี้ฉันชอบนะคะ 🤟❤️📚
🎈 พิเศษนวนิยายเล่มนี้มีอะไร : นายช่างชาวต่างชาติที่ทำงานในราชสำนักสยาม 🎈บรรยากา ศงานวันศิลป พีระศรี 🎈 Santa Lucia เพลงพิเศษในงาน 🎈ชวนติดตามอ่านประวัติของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี
https://vt.tiktok.com/ZSy7123B7/
ถ้าใครเสิร์ชคำว่า “ภาพภพ” หรือ “รูปวาดล้านนา” แล้วลังเลว่าจะอ่านดีไหม ฉันขอเติมมุมอ่านแบบคนชอบงานศิลป์ให้ค่ะ เล่มนี้ไม่ใช่แค่นิยายรักอย่างเดียว แต่เป็นนิยายที่ “ใช้ภาพวาดเป็นตัวเดินเรื่อง” ทำให้เราอินกับรายละเอียดเล็กๆ ของงานศิลปะมากขึ้น โดยเฉพาะอารมณ์ของภาพที่เหมือนซ่อนอดีต ความทรงจำ และคำสัญญาไว้ในเส้นดินสอ สิ่งที่ฉันชอบคือบรรยากาศ “ไทยแบบมีราก” ที่ไม่ได้มาแค่ฉากสวยๆ แต่เชื่อมกับเรื่องเล่า ความฝัน และความสัมพันธ์ของตัวละคร พอมีคำว่า “รูปวาดล้านนา” โผล่มา มันให้ฟีลอบอุ่นปนลึกลับทันที—ลายเส้น/เรือนไม้/โทนสีที่ชวนให้นึกถึงภาคเหนือ ทำให้ภาพในหัวชัดมาก เหมือนเราเห็นฉากเป็นเฟรมภาพวาดจริงๆ ใครที่ชอบงานวาด ชอบสะสมที่คั่นหนังสือ จิบกาแฟไปอ่านไป (เหมือนฟีลในรูปที่หลายคนจัดพร็อพไว้บนพื้นสีเขียว) จะยิ่งเข้ากับเล่มนี้ อีกอย่างที่อยากแนะนำคือวิธีอ่านให้สนุกขึ้น: ลองสังเกต “ความฝัน” ของตัวละครว่าซ้ำตรงไหน มีสัญลักษณ์อะไรบ้าง และความรู้สึกหลังตื่นเป็นแบบใด เพราะมันเป็นกุญแจที่ค่อยๆ คลี่ปมไปสู่เรื่องอดีตและการระลึกชาติ อ่านไปสักพักจะเริ่มจับได้ว่าเหตุการณ์บางอย่างไม่ได้บังเอิญ แล้วความรักในเรื่องก็ไม่ได้มาแบบหวานอย่างเดียว แต่มีด้านที่เจ็บปวดจากความผิดหวัง ซึ่งผลักให้บางคนทำสิ่งที่ไม่ควรทำ (ตรงนี้ทำให้ฉันอ่านแล้วทั้งหดหู่ทั้งสงสาร) สำหรับคนที่ชอบเส้นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะ เล่มนี้ยังหยิบเอาบรรยากาศ “วันศิลป พีระศรี” และเกร็ดเกี่ยวกับอาจารย์ศิลป พีระศรี มาให้ตามอ่านต่อได้ด้วย ฉันรู้สึกว่าอ่านจบแล้วได้ทั้งความบันเทิงและแรงบันดาลใจ—อยากกลับไปดูภาพวาดไทย/ล้านนา หรือหาเพลง Santa Lucia มาฟังประกอบตอนอ่านอีกรอบด้วยซ้ำ สรุปแบบคนอ่านจริง: ถ้าคุณชอบนิยายรักที่มีความลึกลับ ดราม่าหัวใจ และชอบธีม “ภาพวาดล้านนา/งานศิลป์” ที่พาไปไกลกว่าความโรแมนติก เล่มนี้น่าลองมากค่ะ และอย่าลืมเตรียมเวลายาวๆ เพราะมีโอกาสสูงที่จะ “อ่านเพลินจนวางไม่ลง” จริงๆ
