รีวิวของใช้📌
สครับ มะขาม + กาแฟของ Lab Soap ใช้ดีมาก! เนื้อสครับละเอียดไม่บาดผิว กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนเลย ใช้แล้วรู้สึกว่าผิวขาวเนียนนุ่มขึ้นจริง แถมถังใหญ่คุ้มราคามาก สะใจสุดๆ 💕
เผื่อใครกำลังเล็ง “lab soap สครับ” อยู่ เราขอเล่าประสบการณ์ใช้สครับมะขาม+กาแฟของ LAB SOAP เพิ่มเติมแบบละเอียดๆ นอกจากความรู้สึกแรกที่ชอบมากคือเป็นเนื้อมูส/เนื้อสครับละเอียดจริง ไม่ค่อยมีเม็ดหยาบๆ ที่ทำให้แสบผิว เวลาเจอผิวแห้งหรือข้อศอกเข่าที่ลอกง่ายก็ยังรู้สึกว่าไม่บาดผิว (อันนี้สำคัญสำหรับคนที่กลัวสครับแล้วแดง) วิธีใช้ของเราจะเน้น “ถูเบามือ” มากกว่า ยิ่งสูตรที่มีส่วนผสมแนวกาแฟกับมะขาม เราว่าช่วยให้ผิวดูใสขึ้นได้ แต่ถ้าถูแรงไปอาจทำให้ระคายเคืองได้ง่าย ขั้นตอนคืออาบน้ำให้ผิวเปียกก่อน บีบสครับออกมาพอประมาณ แล้วนวดวนเบาๆ ประมาณ 30–60 วินาที เน้นจุดที่หยาบอย่างศอก เข่า ตาตุ่ม จากนั้นล้างออกให้สะอาด แล้วตามด้วยโลชั่นหรือบอดี้ออยล์ทันที ผิวจะนุ่มลื่นขึ้นแบบสัมผัสได้เลย ความถี่ที่เราใช้: ถ้าเป็นผิวปกติใช้สัปดาห์ละ 2 ครั้งกำลังดี แต่ถ้าผิวค่อนข้างบาง/แพ้ง่าย แนะนำเริ่มที่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก่อน แล้วค่อยดูว่ามีอาการคัน แดง หรือแห้งตึงไหม ส่วนวันที่เพิ่งโกนขน/แว็กซ์ หรือมีแผลถลอก เราจะเว้นสครับไปก่อน เพราะอาจแสบได้ เรื่องกลิ่น เรารู้สึกว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน ใช้ตอนกลางคืนคือผ่อนคลายดี และที่ชอบมากคือแพ็กเกจเป็น “ถังใหญ่สะใจ” ใช้ได้นาน คุ้มราคาสำหรับสายสครับบ่อยๆ (ถ้าใครชอบสครับตัวเป็นประจำ น่าจะถูกใจเรื่องปริมาณ) แต่แนะนำให้ตักด้วยช้อน/ไม้พายหรือมือที่สะอาดและแห้ง เพื่อลดโอกาสที่น้ำเข้าไปทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์เสียเร็ว ทริคเล็กๆ ให้ผิวดูเนียนขึ้นไว: หลังสครับอย่าลืมทากันแดดบริเวณแขนขาถ้าใส่เสื้อแขนสั้น/กระโปรง เพราะการผลัดเซลล์ผิวทำให้ผิวไวต่อแดดขึ้นนิดนึง ทำคู่กับการทาโลชั่นสม่ำเสมอ ผิวจะดูเรียบและนุ่มขึ้นชัดเจนกว่าใช้สครับอย่างเดียว สรุปสำหรับคนกำลังตัดสินใจซื้อสครับ LAB SOAP สูตรสครับมะขาม+กาแฟ: จุดเด่นคือเนื้อมูสละเอียด ไม่บาดผิว กลิ่นไม่ฉุน และถังใหญ่คุ้มราคา เหมาะกับคนที่อยากได้ผิวเนียนนุ่มแบบใช้ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่ต้องจำไว้ว่าถูเบามือและอย่าใช้ถี่เกินไป โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่ายค่ะ










