สเปรย์กำจัดไรฝุ่น organic 100%
ส่วนผสมธรรมชาติจากน้ำมันหอมระเหย สีทิ้งไว้ 15 นาทีหลังจากนั้นใช้งานได้ปกติ
#สเปรย์ทำความสะอาด #กําจัดไรฝุ่น #หอมสะอาด #น้ํามันหอมระเหย #ติดเทรนด์วันนี้
สำหรับคนที่กำลังหา “ยาฆ่าไรฝุ่น” แบบสเปรย์ที่กลิ่นไม่ฉุน เราลองใช้แนว organic ที่ทำจากน้ำมันหอมระเหยแล้วรู้สึกว่าตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะวันที่ฝุ่นเยอะๆ ตื่นมาแล้วคันจมูก/จามบ่อยๆ วิธีใช้ที่เราใช้แล้วเวิร์ก (ทำตามนี้เป็นรูทีนเลย) 1) เปิดหน้าต่างหรือเปิดพัดลมให้อากาศถ่ายเทก่อนฉีด กลิ่นจะไม่อวลเกินไป 2) ฉีดให้ทั่วจุดที่ไรฝุ่นชอบอยู่ เช่น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม โซฟา พรม และผ้าม่าน (เน้นบริเวณที่หน้าเราแนบ เช่น หมอน) 3) ทิ้งไว้ 15 นาที ตามที่เราใช้ประจำ จากนั้นใช้งานได้ปกติเลย ถ้าเป็นผ้าห่ม/ปลอกหมอนเราจะรอให้แห้งสนิทก่อนค่อยนอนทับ 4) ถ้าอยาก “เอาออกให้จบ” เราจะตามด้วยการดูดฝุ่นที่นอนหรือใช้ลูกกลิ้งเก็บฝุ่น เพราะการฉีดช่วยเรื่องลดไรฝุ่นและกลิ่นอับ แต่การเก็บซากฝุ่น/เศษผิวหนังออกจะช่วยให้เห็นผลมากขึ้น ฉีดบ่อยแค่ไหน? - ช่วงที่มีอาการแพ้: เราฉีดสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง (โดยเฉพาะหมอนกับที่นอน) - ช่วงปกติ: สัปดาห์ละครั้ง หรือก่อนเปลี่ยนผ้าปูเตียง จุดที่หลายคนพลาดเวลาใช้ยาฆ่าไรฝุ่นแบบสเปรย์ - ฉีดแล้วนอนทับทันที: ถึงจะบอกว่าใช้ได้ปกติหลัง 15 นาที เราก็ยังแนะนำให้รอให้ผ้าแห้งจริงๆ เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง - ฉีดอย่างเดียวแต่ไม่ซัก/ไม่ดูด: ไรฝุ่นชอบความชื้นและเศษผิว ถ้าไม่จัดการต้นตอ ผลจะอยู่ไม่นาน - ใช้กับผ้าบอบบางโดยไม่เทสก่อน: ผ้าบางชนิดอาจเป็นรอยด่าง ควรลองฉีดมุมเล็กๆ ก่อน ทริคเสริมให้บ้านแพ้ฝุ่นน้อยลง (เราทำคู่กัน) - ซักปลอกหมอน/ผ้าปูที่นอนด้วยน้ำอุ่น (ถ้าทำได้) สัปดาห์ละครั้ง - ลดของที่เก็บฝุ่นบนหัวเตียง เช่น ตุ๊กตา/ผ้าห่มกองๆ - ใช้ปลอกกันไรฝุ่นกับหมอนและที่นอนถ้ามีงบ โดยรวมสเปรย์แนว organic จากน้ำมันหอมระเหยให้ฟีล “หอมสะอาด” ใช้ง่าย และเหมาะกับคนที่อยากหลีกเลี่ยงกลิ่นเคมีแรงๆ แต่ถ้าใครมีผิวแพ้ง่ายมากๆ แนะนำทดสอบกับผ้าชิ้นเล็กก่อน และหลีกเลี่ยงการฉีดใกล้หน้า/สัตว์เลี้ยงค่ะ





























