Automatically translated.View original post

The psychology of marketing at the forefront must know!

📚 Book Review: Marketing Psychology of Great Customer Experience

Books that are not only taught to sell, but to "understand customers" deeply, easy to read, easy to understand, and practical.

Make you understand the behavior of people when choosing to buy one thing.

And we're really like in a book. It's wow.

Read and enjoy like fun. 🤩

The more you start doing business now, the harder you find everyone.

Fits both entrepreneurs and consumers. ✨

Who is looking for a marketing book, read this advice.

📝, paste the coordinates to the bio page.

# Marketing psychology # Marketing book # Trending # Drug sign with lemon8 # Business book

2025/8/8 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “หนังสือ work study” เพราะอยากได้เล่มที่อ่านแล้วต่อยอดงาน/ธุรกิจได้จริง เราว่าหนังสือแนว “จิตวิทยาการตลาด” เป็นตัวเลือกที่คุ้มมาก โดยเฉพาะ Marketing Psychology of Great Customer Experience (ของคุณมัณฑิตา จินดา) เพราะมันไม่ได้มาแนวท่องสูตรการตลาด แต่พาเราเข้าใจว่า “ทำไมลูกค้าถึงตัดสินใจแบบนั้น” แล้วค่อยแปลงเป็นวิธีทำงานที่จับต้องได้ สิ่งที่เราชอบคือหนังสือทำให้เห็นว่า Customer Experience สำคัญกว่าการยัดเยียดให้ซื้อ นักขายเก่งๆ/แบรนด์ที่ไปได้ไกล มักโฟกัสคำว่า “ประทับใจ” ก่อน พอประทับใจแล้วการซื้อซ้ำ การบอกต่อ มันตามมาเอง อันนี้เหมาะกับคนทำงานทุกสายเลย ไม่ใช่แค่นักการตลาด—สายบริการ, เจ้าของร้าน, ฟรีแลนซ์, หรือคนทำแบรนด์ส่วนตัวก็เอาไปปรับได้ อีกพาร์ตที่อ่านแล้วแบบ “เออ เราก็เป็นจริงๆ” คือเรื่อง Price Appearance หรือหน้าตาของราคา เช่น 90฿ กับ 90.00฿ บางครั้งแค่เขียนให้สั้นลง ลูกค้ารู้สึกว่า “ถูกกว่า/จ่ายง่ายกว่า” ทั้งที่มูลค่าเท่ากัน ถ้าคุณทำงานขายของออนไลน์ ทำเมนูร้าน ทำแพ็กเกจบริการ หรือทำเรทราคา ลองกลับไปเช็กการเขียนราคาในงานตัวเองดูเลย อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ได้แบบไม่ต้องเพิ่มงบโฆษณาด้วยซ้ำ หนังสือยังแตะเรื่อง Inclusive และความหลากหลาย ซึ่งเรามองว่าเป็นทักษะ work study ที่ดีมากในยุคนี้ เพราะลูกค้ามีพื้นหลัง/ความต้องการต่างกัน แบรนด์หรือคนทำงานที่สื่อสารแบบเคารพความแตกต่าง จะสร้างความไว้ใจได้เร็วกว่า รวมถึงแนวคิดเรื่อง Androgyny ที่ชวนให้คิดว่าเราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิมๆ ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำแบรนด์—อ่านแล้วเหมือนได้ไอเดียไปปรับวิธีสื่อสารให้กว้างขึ้น ถ้าอยากอ่านให้ “คุ้ม” แบบสาย work study เราแนะนำให้ลองทำ 3 อย่างระหว่างอ่าน: 1) จด 5 อินไซต์ที่ตรงกับลูกค้าของเรา (เช่น ลูกค้าชอบราคาแบบไหน ชอบข้อความแบบไหน) 2) เลือก 1 เรื่องไปทดลองจริงใน 7 วัน (เช่น ปรับการเขียนราคา/ปรับประโยคบนหน้าเพจ) 3) สรุปผลว่าอะไรเวิร์ก ไม่เวิร์ก แล้วทำเป็นเช็กลิสต์ใช้ต่อ โดยรวมคือเล่มนี้เหมาะมากถ้าคุณอยากได้หนังสือ work study ที่อ่านสนุก แต่ยังได้เครื่องมือคิดเชิงธุรกิจและการเข้าใจคนแบบลึกๆ อ่านจบแล้วรู้สึกว่าเวลาออกแบบสินค้า/บริการ เรา “เดาถูกขึ้น” เพราะเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของลูกค้าจริงๆ