เขากวางอ่อน กล้วยไม้ดอกงามที่ชมได้ตลอดทั้งปี

เรื่องไม่ลับฉบับนักวิจัย...รู้จักกล้วยไม้ป่า โดยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอแนะนำให้รู้จักกับกล้วยไม้ป่าอีกชนิดหนึ่งนั่นคือ เขากวางอ่อน Phalaenopsis cornu-cervi (Breda) Blume & Rchb.f.

กล้วยไม้ชนิดนี้สำรวจพบที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า จังหวัดพัทลุง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 200-1,000 เมตร เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย เจริญทางยอด รากอากาศขนาดใหญ่ ต้นสั้น ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ เรียงสลับ ค่อนข้างอวบน้ำ กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาวได้ถึง 28 เซนติเมตร

ช่อดอกสีเขียวอ่อน ออกครั้งละหลายช่อ ตั้งขึ้นหรือทอดเอนในแนวระนาบ แตกแขนง แกน ช่อดอกอวบน้ำ แบน ปลายแกนช่อยืดตัวไปได้เรื่อย ๆ ดอกกว้าง 2.5-3 เซนติเมตร สีเหลืองแกมเขียว อาจพาดด้วยแถบหรือแต้มด้วย จุดสีน้ำตาลแดง

กลีบเลี้ยงบนรูปไข่แกมรูปรี กว้าง 0.7 เซนติเมตร ยาว 1.6-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงคู่ข้างรูปรี กว้าง 0.8 เซนติเมตร กลีบดอกรูปรี กางออกข้าง กว้าง 0.5 เซนติเมตร ยาว 1.2 เซนติเมตร กลีบปาก หูกลีบปากตั้งขึ้น รูปคล้ายสี่เหลี่ยม กว้าง 0.2 เซนติเมตร สูง 0.4 เซนติเมตร สีเหลืองอ่อนหรือขาว ด้านในพาดด้วยแถบสีม่วง ปลายกลีบปากกว้างออกคล้ายเงี่ยง หัวลูกศรปลายสุดเป็นติ่งแหลม เส้าเกสรสีเหลืองแกมเขียว ฐานสีออกม่วง

พบในอินเดีย เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม หมู่เกาะนิโคบาร์ มาเลเซีย ชวา บอร์เนียว สุมาตรา และฟิลิปปินส์ ประเทศไทย พบในป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ ตามที่โล่งแจ้ง แสงแดดจัดถึงแสงแดด รำไร มักอาศัยบน ต้นไม้ในวงศ์ยางในหลายระดับความสูง ออกดอกตลอดทั้งปี

ที่มา : ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

#เขากวางอ่อน #ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ #สุราษฎร์ธานี #อุทยานแห่งชาติเขาปู่เขาย่า #พัทลุง

2025/8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเห็นชื่อ “เขากวางอ่อน” ครั้งแรก หลายคนจะนึกถึงเขากวางอ่อนแบบสมุนไพร แต่ในบทความนี้หมายถึง “กล้วยไม้เขากวางอ่อน” หรือ Phalaenopsis cornu-cervi ซึ่งเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย (เกาะตามต้นไม้) ที่ดอกสวยมากและมีเอกลักษณ์สุด ๆ จุดเด่นที่ทำให้จำได้คือ “ดอกสีเหลืองแกมเขียว” มักมีแถบหรือ “จุดสีน้ำตาลแดง” พาดอยู่บนกลีบ พอดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าลายจุด/ลายแถบนี่แหละที่ทำให้ดูคล้ายลวดลายบนเขากวาง ถ้าอยากสังเกต “ต้นเขากวางอ่อน” ให้แม่น ลองดู 3 อย่างนี้ 1) ใบ: ใบจะค่อนข้างอวบน้ำ เรียงสลับ ทรงขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาวได้พอสมควร (เวลาเจอในป่าจะดูเป็นกอใบสั้น ๆ แต่ใบยาว) 2) ช่อดอก: ช่อมักออกได้หลายช่อ ช่อดอกแบนและดูอวบน้ำ จุดสำคัญคือปลายช่อ “ยืดต่อไปได้เรื่อย ๆ” ทำให้บางครั้งเห็นดอกบานสลับกับดอกตูมบนช่อเดียวกัน 3) ดอก: ดอกไม่ใหญ่มาก แต่สีเหลืองแกมเขียวโดดเด่น มีลายสีน้ำตาลแดงชัด และกลีบปากสีขาวหรือเหลืองอ่อน (บางดอกจะเห็นเฉดม่วงด้านใน) เรื่องที่หลายคนค้นหาเกี่ยวกับ “สกุลเขากวางอ่อน” คือจริง ๆ แล้วอยู่ในสกุล Phalaenopsis (สกุลเดียวกับฟาแลนนอปซิสที่คนเรียกกันว่ากล้วยไม้ผีเสื้อ) แต่ชนิดนี้เป็นกล้วยไม้ป่า ลายและทรงช่อจะต่างจากลูกผสมที่ขายทั่วไปพอสมควร ใครชอบถ่ายรูปธรรมชาติ แนะนำให้ถ่ายตอนแสงนุ่ม ๆ จะเห็นทั้งสีเหลืองแกมเขียวและจุดสีน้ำตาลแดงชัดมาก ถิ่นอาศัยที่มีโอกาสพบ: ในไทยเจอได้ตามป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ ตั้งแต่บริเวณค่อนข้างโล่งจนถึงแสงรำไร มักเกาะบนต้นไม้หลายระดับความสูง (โดยเฉพาะไม้ในวงศ์ยาง) จุดนี้ทำให้เวลาเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ถ้าเงยดูตามกิ่ง/ลำต้นอาจเจอช่อดอกห้อยหรือทอดเอนอยู่ ข้อควรรู้สำหรับคนอยาก “ชม” มากกว่า “เก็บ”: กล้วยไม้ป่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ การเด็ดหรือขุดย้ายมักทำให้ต้นไม่รอดและกระทบแหล่งธรรมชาติ ทางที่ดีคือชม-ถ่ายภาพ-จดพิกัดคร่าว ๆ แทน และถ้าอยากเลี้ยงกล้วยไม้แนวนี้จริง ๆ ให้เลือกต้นจากแหล่งเพาะเลี้ยงที่ถูกกฎหมาย จะสบายใจกว่าและช่วยลดการรบกวนป่าด้วย สรุปสั้น ๆ ถ้าเจอดอกเหลืองแกมเขียว “แต้มจุดน้ำตาลแดง” บนช่อที่ยืดยาวต่อปลายได้ และมีกลีบปากสีอ่อน—มีโอกาสสูงมากว่าจะเป็น “กล้วยไม้เขากวางอ่อน” ที่ขึ้นชื่อว่าออกดอกได้ตลอดทั้งปีนี่เอง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Puklook
Puklook

สวยงามมากๆ ค่ะ 🥰