”กิ้งกือมังกรสีชมพู“ ที่หุบป่าตาดปรากฎตัวหลังฝนมาเร็วกว่าปีที่ผ่านมา
เริ่มอวดโฉมแล้ว "กิ้งกือมังกรสีชมพู" ที่หุบป่าตาดปรากฎตัวหลังฝนมาเร็วกว่าปีที่ผ่านมา
สีชมพูสดใส มาพร้อมกับความชุ่มชื้นและสายฝน
ปีนี้ฝนมาเร็ว นักท่องเที่ยวที่มาหุบป่าตาดและเขาปลาร้า ซึ่งอยู่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน จังหวัดอุทัยธานี จึงเริ่มพบเห็นกิ้งกือมังกรสีชมพูกันตั้งแต่เดือน กรกฎาคม
จนมาถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งมีฝนตกชุกมากขึ้น ใครมาหุบป่าตาด มาเขาปลาร้าช่วงนี้จะได้เจอตัวกิ้งกือมังกรสีชมพูแน่นอน แต่ต้องสังเกตดีๆ เพราะกิ้งกือมังกรสีชมพูไม่ได้ ตัวใหญ่แบบในภาพ โดยลำตัวตัวมีความยาวไม่เกิน 7 เซนติเมตรเท่านั้น
ซึ่งอาจเดินอยู่บนทางเดิน โดยนักท่องเที่ยวต้องเดินชมธรรมชาติด้วยความระมัดระวัง อาจเผลอไปเหยียบกิ้งกือมังกรสีชมพูได้ และช่วงที่ฝนตก ทางเดินจะมีความลื่นด้วย ขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
“กิ้งกือมังกรสีชมพู” (Shocking Pink Millipede) ถูกค้นพบโดยสมาชิกในชมรมคนรักกิ้งกือ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 พบบริเวณป่าเขาหินปูนครั้งแรกโดยเก็บตัวอย่างจากพื้นที่หุบป่าตาด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี และพบในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลก
เมื่อ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำมาศึกษาวิจัยภายใต้โครงการวิจัยกิ้งกือและไส้เดือนดิน และร่วมกับ ศ.เฮนริค อิงฮอฟ (Henrik Enghoff) ผู้เชี่ยวชาญด้านกิ้งกือมือหนึ่งของโลกแห่งมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก พบว่าเป็นกิ้งกือชนิดใหม่ของโลกและให้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เดสโมโซเตส เพอร์พิวโรเซีย (Desmoxytes purpurosea)
และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารนานาชาติ ซูแทกซา (Zootaxa) ปี 2550 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 สถาบันไอไอเอสอี (International Institute for Species Exploration : IISE) มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา (Arizona State University) สหรัฐอเมริกา ประกาศให้กิ้งกือมังกรสีชมพูเป็นสุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่อันดับที่ 3 ของโลก รองจากการค้นพบปลากระเบนไฟฟ้าในแอฟริกาและการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ปากเป็ดอายุ 75 ล้านปี ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ
การค้นพบกิ้งกือมังกรสีชมพูติดอันดับโลกสร้างชื่อเสียงและความน่าชื่อถือให้กับประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์อีกมาก
เหตุที่ได้ชื่อว่ากิ้งกือมังกรสีชมพู เพราะอยู่ในวงศ์กิ้งกือมังกรหรือพาราดอกโซโซมาติดี (Paradoxosomatidae) และมีสีชมพูสดใสแบบช็อคกิงพิงค์ (shocking pink) และมีลักษณะโดดเด่นด้วยลวดลายและปุ่มหนามคล้ายมังกร พบได้ในป่าที่มีความชุ่มชื้นสูงและอุดมสมบูรณ์แถบภาคเหนือตอนล่างตั้งแต่จังหวัดตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี
เมื่อโตเต็มวัยจะมีลำตัวยาวประมาณ 7 เซนติเมตร มีจำนวนปล้องราว 20-40 ปล้อง และสามารถขับสารพิษประเภทไซยาไนด์ออกมาจากต่อมขับสารพิษข้างลำตัวเพื่อป้องกันตนเองจากศัตรูธรรมชาติจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู เป็นต้น
📸 : เจ้าหน้าท ี่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
สบอ.12 (นครสวรรค์)
ที่มา : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน - Tham Pra Thun Non-Hunting Area จังหวัดอุทัยธานี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 นครสวรรค์
#กิ้งกือมังกรสีชมพู #เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน #อุทัยธานี #กรมอุทยานแห่งชาติ
















