Automatically translated.View original post

"Lila" from the Tone Ivory Wildlife Sanctuary forest.

Ueng Lila. The scientific name is 40-150 centimeters high.

The leaves are lanceolate, folded, pleated, pointed leaf tips, elliptical, cascading panicles with about 5-10 flowers, calyx and petals are lanceolate, and the flowers smell like jasmine.

It is an orchid found in evergreen forests. It is distributed in northern and northeastern Thailand.

It flowers during July to December.

The roots can be boiled as a body remedy and are suitable for planting as ornamental plants.

📷: Mr. Phudol Suchandarat, officer of the Tonto Ivory Wildlife Sanctuary.

Source: Tonto Ivory Wildlife Sanctuary, Songkhla and Stool Provinces, 6th Conservation Area Administration Bureau (Songkhla)

# Ground orchid # Lila # Tone Ivory Wildlife Sanctuary # Songkhla # Stool

2025/9/4 Edited to

... Read moreนอกจากความสวยงามและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คล้ายกับดอกมะลิลาแล้ว เอื้องลิลา หรือ Corymborkis veratifolia ยังมีความสำคัญทางนิเวศวิทยาในป่าดิบชื้น ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของกล้วยไม้ชนิดนี้ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างที่จังหวัดสงขลาและสตูล เอื้องลิลานับว่าเป็นกล้วยไม้ดินชนิดหนึ่งที่ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อบิดและใบรูปหอกพับจีบ ปลายใบแหลม ดอกออกเป็นช่อแบบเชิงหลั่น โดยแต่ละช่ออาจมีดอกได้ตั้งแต่ 5-10 ดอก กลีบดอกมีรูปร่างเป็นแถบแกมรูปหอก มีความโดดเด่นและสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวช่วงที่ดอกออกดอกคือระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเก็บข้อมูลและชมความงามของกล้วยไม้ชนิดนี้ รากของเอื้องลิลาได้รับการนำมาใช้ทางสมุนไพรในรูปแบบการต้มทำยาบำรุงร่างกาย เนื่องจากเชื่อว่ามีสารบางชนิดที่ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพ และยังเหมาะสำหรับการปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อสร้างความสวยงามและเพิ่มองค์ประกอบของธรรมชาติภายในสวนหรือพื้นที่อยู่อาศัย เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้ทนต่อสภาพแวดล้อมในป่าดิบชื้นและให้กลิ่นหอมช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่น สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาหรือสะสมกล้วยไม้ รวมทั้งผู้ที่ต้องการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ป่าธรรมชาติ การได้รู้จักและเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับเอื้องลิลา ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นพืชที่สวยงามและมีกลิ่นหอมแล้ว ยังมีความสำคัญในเชิงระบบนิเวศที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหายากอื่น ๆ อีกด้วย การอนุรักษ์เอื้องลิลาและระบบนิเวศโดยรอบจึงเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของผืนป่าและความงดงามที่ธรรมชาติมอบให้ ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลและภาพถ่ายเพิ่มเติมจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไทยอย่างยั่งยืน