Automatically translated.View original post

"Burnt-tailed green snake," this name many people know.

The Green Pit Viper, or in the scientific genus, is a slow, not fast, snaking snake with a fierce and snatching habit when approaching, living along eaves, wood piles, plant pots, grass clumps.

Nocturnal, in trees and on overgrown grasses, feeding on birds, mice, lizards, geckos, rodents, and amphibians.

While lying on a branch, the body and tail are attached to the branch. Usually, there are 8-12 snakes that give birth at a time, but there are also some types that give birth to eggs.

It has a distinctly triangular head, the eyes have vertical pupils, and the tail tip is often dark or black, resembling a burn, which is where the name "burning tail" comes from.

Burnt-tailed green snakes are venomous snakes that are poisonous to the blood system, making them easy to bleed, difficult to hemostat, and can cause swelling at the bite site.

Burnt-tailed green snakes are found in many parts of Southeast Asia and South Asia, including Thailand.

‼️ precautions. If bitten, be rushed to the doctor immediately and avoid incision or sucking poison.

Information: 1. Royal Hospital, Royal Highness, Royal Stone 2. Zoo Organization of Thailand. Nationals.

Source: Canal Yard National Park - Khlong Lan National Park, Conservation Area Administration Bureau at 12 Nakhon Sawan

# Green snake with burning tail # Canal Yard National Park # Diamond Wall # National Park Service

2025/9/15 Edited to

... Read moreหลายคนเห็น “งูสีเขียว” แล้วมักเรียกรวม ๆ ว่า งูเขียวหางไหม้ งูเขียวพระอินทร์ งูใบไม้ หรือ งูเขียวบอน ซึ่งหน้าตาคล้ายกันมาก เลยอยากแชร์วิธีสังเกตแบบง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงเวลาเจอในสวน หลังบ้าน หรือแถวกอหญ้า เพื่อจะได้รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหนและควรทำอย่างไร 1) งูเขียวหางไหม้ ลักษณะเด่นที่ช่วยแยกได้ - หัวเป็นทรงสามเหลี่ยมชัด คอดคอเด่น - ตาออกเหลือง ๆ และรูม่านตาเป็น “แนวตั้ง” (เหมือนตาแมว) - ปลายหางมักคล้ำ/ดำ คล้ายถูกไฟไหม้ (ที่มาของคำว่า “หางไหม้”) - มักเจอขดตัวนิ่ง ๆ ตามกองใบไม้แห้ง กอหญ้า กระถางต้นไม้ หรือเกาะกิ่งไม้เตี้ย ๆ โดยใช้หางรัดกิ่งไว้ 2) งูเขียวหางไหม้ มีพิษไหม? กัดตายไหม? งูเขียวหางไหม้เป็นงูพิษ พิษเด่นต่อ “ระบบเลือด” ทำให้บวม ปวด เลือดออกง่าย/หยุดยาก บางรายอาจมีเลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือค่าการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ความรุนแรงขึ้นกับปริมาณพิษ ตำแหน่งที่กัด และการได้รับการรักษาเร็วแค่ไหน สรุปคือ “อันตรายและไม่ควรชะล่าใจ” ถ้าถูกกัดให้ไปโรงพยาบาลทันที 3) สับสนบ่อย: งูเขียวพระอินทร์/งูใบไม้ (Ahaetulla prasina) กับงูเขียวหางไหม้ งูเขียวพระอินทร์ (Ahaetulla prasina) หลายพื้นที่เรียกงูใบไม้ ลำตัวยาวเพรียว หน้าเรียวยาว ตาดูกลมกว่า และโดยทั่วไปไม่ใช่งูพิษร้ายแรงแบบงูเขียวหางไหม้ แต่เพราะคนชอบจับ/ไล่ใกล้ ๆ เลยเสี่ยงโดนกัดได้เหมือนกัน ถ้าไม่ชัวร์ ให้ถือว่าเป็นงูพิษไว้ก่อนและถอยห่าง 4) ข้อควรทำเมื่อเจอในบ้าน/สวน - อย่าใช้มือเปล่าจับ อย่าไล่ต้อนเข้ามุม เพราะงูเขียวหางไหม้จะฉกเมื่อเข้าใกล้ - ถอยห่าง ให้พื้นที่งูเลื้อยหนีเอง เปิดทางโล่ง ๆ ลดสิ่งกีดขวาง - หากงูอยู่ในจุดเสี่ยง (ใกล้ประตู/ห้องน้ำ/ทางเดิน) โทรกู้ภัยหรือหน่วยงานท้องถิ่นให้มาจับอย่างถูกวิธี 5) ปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูเขียวหางไหม้กัด (จำให้ขึ้นใจ) - รีบไปโรงพยาบาลทันที และพยายามอยู่นิ่ง ๆ ลดการเคลื่อนไหวของแขน/ขาที่ถูกกัด - ถอดแหวน นาฬิกา รองเท้าคับ ๆ เพราะอาจบวมเร็ว - ห้ามกรีดแผล ห้ามดูดพิษ ห้ามประคบร้อน/น้ำแข็ง ห้ามขันชะเนาะแน่น ๆ - ถ้าถ่ายรูปงูได้จากระยะปลอดภัยค่อยถ่าย (ไม่ต้องเสี่ยง) เพื่อช่วยแพทย์ประเมิน ถ้าอยู่แถบพื้นที่รก ๆ หรือใกล้ชายป่า เช่น บริเวณอุทยานฯ/สวน/กองไม้ แนะนำตัดหญ้าให้เตียน เก็บกองใบไม้แห้ง และส่องไฟฉายตอนเดินกลางคืน จะลดโอกาสเจองูเขียวหางไหม้แบบไม่ทันตั้งตัวได้มาก