ตื่นตากับความอุดมสมบูรณ์ของป่าพรุแดนใต้ จ.นราธิวาส

ตื่นตา... ความอุดมสมบูรณ์ของป่าพรุแดนใต้..เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดนราธิวาส

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เดิมมีชื่อว่า“เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าพรุ” เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าลุ่มน้ำบางนราของจังหวัดนราธิวาส

เป็นป่าพรุธรรมชาติผืนใหญ่ของประเทศ เป็นระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะตัวและประกอบด้วยความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชนิดพันธุ์และพันธุกรรมสูง

ลักษณะการก่อตัวของป่าพรุขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน มีความแตกต่างไปจากระบบนิเวศอื่นโดยสิ้นเชิง ควรที่จะได้อนุรักษ์ไว้เป็นแหล่งศึกษาแหล่งพันธุกรรมและเพื่อความสมดุลของขบวนการทางธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่ในท้องที่ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง ตำบลไพรวัน ตำบลบางขุนทอง ตำบลพร่อน ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ ตำบลสุไหงปาดี ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี ตำบลปูโย๊ะ ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

มีเนื้อที่ประมาณ 123,006 ไร่ หรือประมาณ 196.81 ตารางกิโลเมตร มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าพรุและมีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

โดยเสนอโครงการเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มีพระชนมายุครบ 3 รอบ จึงเห็นสมควรกราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตพระราชทานนามเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้ว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี” และประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 108 ตอนที่ 160 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2534

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำดับที่ 33 เนื่องจากระบบนิเวศของป่าพรุเป็นระบบนิเวศที่มีความสลับซับซ้อนและมีความหลากหลายของสังคมพืชและสัตว์ที่แตกต่างไปจากป่าชนิดอื่น ๆ

ควรที่จะคงไว้ให้เอื้ออำนวยประโยชน์แก่ประเทศชาติและชุมชนท้องถิ่นทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งให้สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าพรุ

ที่มา : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดนราธิวาส สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี

#เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ #นราธิวาส #สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่6สาขาปัตตานี #กรมอุทยานแห่งชาติ

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “ป่าพรุ” แต่ยังนึกภาพไม่ออกว่ามันต่างจากป่าชนิดอื่นยังไง จากที่ได้อ่านข้อมูลและดูภาพประกอบของพื้นที่ใน จ.นราธิวาส (เห็นทั้งแม่น้ำคดเคี้ยว มุมสูงของผืนป่าพรุ รวมถึงพืชและสัตว์เฉพาะถิ่น) เลยอยากสรุปให้เข้าใจง่ายแบบคนทั่วไปอ่านแล้วนึกภาพตามได้ค่ะ ป่าพรุคือป่าพื้นที่ลุ่มแฉะ มีน้ำขังหรือดินอุ้มน้ำสูงตลอดปี ดินมักเป็นดินพรุที่มีอินทรียวัตถุทับถมหนา ทำให้สภาพแวดล้อม “ชื้น-เป็นกรด-มีออกซิเจนน้อย” พืชและสัตว์ที่อยู่ได้จึงต้องปรับตัวเก่ง นี่เป็นเหตุผลที่ป่าพรุมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และมีหน้าตาระบบนิเวศต่างจากป่าบกทั่วไปแบบชัดเจน สิ่งที่น่าสนใจมากในป่าพรุแดนใต้ โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติฯ จ.นราธิวาส คือภาพความอุดมสมบูรณ์ที่เห็นได้จริง เช่น - พืชกินแมลงอย่าง “หม้อข้าวหม้อแกงลิง” ที่พบได้หลายกระเปาะในบริเวณเดียว บอกเลยว่าเป็นไฮไลต์ของป่าพรุ เพราะมักเจอในสภาพดินค่อนข้างขาดธาตุอาหาร พืชเลยพัฒนาเป็นพืชดักจับแมลงเพื่อเสริมสารอาหาร - เห็ดที่ขึ้นบนท่อนไม้ชุ่มน้ำ แสดงว่ามีการย่อยสลายซากพืชซากไม้ตลอดเวลา ระบบนิเวศทำงานครบวงจร - สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบ รวมถึงสัตว์ป่าอีกหลายชนิดที่อาศัยพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัย อีกเรื่องที่คนค้นหาบ่อยเกี่ยวกับป่าพรุคือ “ทำไมต้องอนุรักษ์” ในมุมของคนอ่านทั่วไป เหตุผลหลัก ๆ ที่จับต้องได้มี 3 อย่าง 1) เป็นแหล่งพันธุกรรมและห้องเรียนธรรมชาติ: ป่าพรุมีชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นสูง เหมาะกับการศึกษาวิจัยทั้งพืช สัตว์ ดิน และน้ำ 2) ช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติของลุ่มน้ำ: พื้นที่ชุ่มน้ำช่วยชะลอน้ำ กรองตะกอน และเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำของชุมชนรอบ ๆ 3) เป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่หาได้ยาก: ป่าพรุผืนใหญ่ของประเทศมีไม่มาก การคงสภาพเดิมไว้จึงสำคัญมาก ถ้าใครสนใจไปเรียนรู้ (แม้จะไม่ได้เข้าไปลึกในเขตคุ้มครอง) แนะนำให้เตรียมตัวแบบสายธรรมชาติ: ใส่รองเท้าที่กันลื่น/ทนน้ำได้ พกยากันยุง ไม่ทิ้งขยะ และเคารพกติกาพื้นที่ เพราะป่าพรุเป็นระบบนิเวศที่บอบบาง เหยียบย่ำหรือรบกวนมาก ๆ อาจกระทบพืชและสัตว์ได้ง่ายกว่าที่คิด สรุปสั้น ๆ: “ป่าพรุ” ไม่ได้เป็นแค่ป่าที่มีน้ำขัง แต่เป็นโลกอีกใบที่รวมทั้งความซับซ้อนของธรรมชาติ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต (ตั้งแต่หม้อข้าวหม้อแกงลิง เห็ด ไปจนถึงสัตว์ป่า) และคุณค่าด้านการอนุรักษ์ที่สำคัญมากของ จ.นราธิวาสค่ะ