Automatically translated.View original post

Ground jackfruit, the miracle plant of the Tad Valley.

Soil jackfruit or hermit betel (), uses the roots of other plants as a self-nurturing source.

The ground jackfruit is a herbaceous plant that feeds on carcasses, separates different sexes, has a round underground head, a star-shaped blister, 10-20 corsage leaves, a wide oval male flower, up to 12 centimeters long, and the female flower is smaller, about 6 centimeters long.

Found spread from India to Australia, on areas up to 2,000 m above sea level, sticky rubber from underground heads was also used to make bird traps and as local torches.

Its flowers appear from the ground only in the rainy season, a sign of an ecosystem that is still plentiful.

Let's hike in the rainy season to experience the "underground life" that blooms for a single season - at the Convertible Cave Hunting Zone, Uthuathani Province.

Reference: Department of National Parks, Wildlife and Plant Species. Hermit betel nut (Balanophora fungosa) Retrieved from https://botany.dnp.go.th, Royal Project Foundation Hermit betel wood specification Retrieved from https://www.rspg.or.th

Source: Convertible Cave Forest Hunting Prohibition Zone - Tham Pra Thun Non-Hunting Area Conservation Area Administration Bureau at 12 Nakhon Sawan

# Ground jackfruit # The forest # Convertible Cave Forest Hunting Prohibition Zone # Uthani # National Park Service

2025/10/13 Edited to

... Read moreหลายคนเห็น “ขนุนดิน” ครั้งแรกมักงงว่าเป็นเห็ดหรือดอกไม้กันแน่ เพราะมันโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินเป็นก้อนๆ สีชมพูอมแดงบ้าง เหลืองทองบ้าง บางต้นทรงกรวยคล้ายสับปะรดจิ๋ว บางต้นกลมเหมือนลูกบอลเล็กๆ พอเจอช่วงหน้าฝนในป่าพื้นดินชื้นๆ ที่มีเศษใบไม้ทับถม จะยิ่งเห็นชัดว่าเจ้าพืชนี้ไม่ได้ขึ้นเป็นกอใบเขียวเหมือนพืชทั่วไป สิ่งที่ช่วยตอบคำถามว่า “มันคืออะไร” คือ ขนุนดินเป็นพืชที่ไม่มีคลอโรฟิลล์ จึงไม่สังเคราะห์แสงเอง สีชมพูหรือเหลืองที่เห็นจึงไม่ใช่สีใบ แต่เป็นส่วนช่อดอก/ลำต้นสั้นๆ ที่โผล่พ้นดินขึ้นมาเฉพาะฤดูฝน ทำให้หลายคนเรียกติดปากว่า “ขนุนสีชมพู” ตามสีที่พบในบางจุด ถ้าสังเกตใกล้ๆ ผิวของขนุนดินมักมีตุ่มเล็กๆ เรียงแน่น และมีเกล็ด/ใบประดับซ้อนกันเป็นชั้นๆ จุดนี้เป็นคีย์สำคัญเวลาแยกจากเห็ดหรือดอกไม้ป่าอื่นๆ อีกอย่างคือมันจะขึ้นปะปนตามพื้นดินชื้นใกล้ท่อนไม้ ผุพัง หรือบริเวณที่มีซากพืชเยอะๆ และมักขึ้นเป็นกลุ่มเล็กๆ หลายต้นในพื้นที่เดียวกัน คำค้นที่คนสงสัยกันเยอะคือ “รากขนุน” จริงๆ แล้วขนุนดินเป็นพืชเบียน (กาฝากใต้ดิน) โดยมันใช้ราก/โครงสร้างใต้ดินไปเกาะและดูดอาหารจากรากของพืชเจ้าบ้าน ดังนั้นรากขนุนที่พูดถึงในเชิงธรรมชาติคือส่วนที่ซ่อนอยู่ใต้ดินและเกี่ยวข้องกับการพึ่งพาพืชอื่นเป็นหลัก ไม่ใช่รากที่แผ่อิสระเหมือนพืชทั่วไป เวลาไปดูในธรรมชาติไม่แนะนำให้ขุดหรือแงะเพื่อถ่ายรูป เพราะจะทำให้ทั้งขนุนดินและรากของพืชเจ้าบ้านเสียหาย และอาจทำให้ปีถัดไปไม่ขึ้นในจุดเดิม ทริคเวลาไปตามหาแบบไม่รบกวนธรรมชาติ: เลือกเดินช่วงหลังฝนตก 1–3 วัน มองหาพื้นดินชื้นสีเข้มที่มีใบไม้แห้งทับหนาๆ แล้วกวาดสายตาหาสีที่ “ผิดแผก” จากพื้นป่า เช่น ชมพูอมแดงหรือเหลืองทองที่เด่นขึ้นมาจากดิน ถ่ายภาพให้เห็นบริบท (พื้นดินชื้น เศษซากพืช ท่อนไม้) จะช่วยเล่าเรื่องระบบนิเวศได้ดีมาก สุดท้าย ขนุนดินถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณของระบบนิเวศที่ยังอุดมสมบูรณ์ เพราะต้องพึ่งสภาพป่าที่ชื้นเหมาะสมและมีพืชเจ้าบ้านสมบูรณ์ ใครอยากเจอของจริง แนะนำเดินป่าช่วงหน้าฝนอย่างระมัดระวัง เลือกเส้นทางที่อนุญาต เช่น โซนหุบป่าตาด/เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน (อุทัยธานี) และช่วยกันดูแบบ “ไม่จับ ไม่ขุด ไม่เหยียบ” แล้วเราจะได้เห็นขนุนดินโผล่ขึ้นมาทักทายทุกปี