In the footsteps of Phu Boat National Park
Her Majesty the Queen of the Thousand Years Royal, when she stamped in Phu Boat National Park, the province, planted a tree as a symbol of the preservation of the forest to make Thais aware of the value of natural resources.
He is committed to the preservation of the forest, the virtue of the forest and Thailand.
The tree he planted, still perennial, is a symbol of cool and fertility, dating to the present day.
On March 7, the Buddha of 1994 planted a red rose tree (Rhododendron simsii Planch), which is now 4.5 meters high and 3.5 meters wide in bushes, which blossoms beautifully from December to February every year.
And on November 16, 1996, Buddha planted the Syzygia cumini (L.) Skeels, which is now 12.5 meters high and 148 centimeters in circumference (measured at a height of 1.30 meters), still growing green within the area of the Phu Nam National Park.
The two trees are not only a mark of majesty, if they also inspire officials and citizens to jointly keep nature and the Thai forest alive, counterpart the land.
Phu Boa National Park is the "Mother of the Thai Forest" with the determination to maintain, restore and preserve natural resources as cool as the trees planted as a shade of the happiness of the land as long as eternity.
I can't be ashamed of the infinite merit.
Source: Phu Ruea National Park Provincial
อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่งดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึงต้นไม้สองชนิดสำคัญที่ทรงปลูกโดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้แก่ ต้นกุหลาบแดง (Rhododendron simsii Planch) และต้นหว้า (Syzygium cumini (L.) Skeels) ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็นและความอุดมสมบูรณ์ แต่ยังเป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อผืนป่าและประชาชนไทย ต้นกุหลาบแดงที่ทรงปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2537 มีความสูง 4.5 เมตร และพุ่มกว้างถึง 3.5 เมตร รวมทั้งยังมีช่วงเวลาที่ออกดอกสวยงามอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนด้วยสีสันสดใสและเป็นหนึ่งในธรรมชาติที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ ต้นหว้าที่ทรงปลูกเพิ่มเติมอีกต้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 มีขนาดที่ใหญ่โตและแข็งแรงสูงถึง 12.5 เมตร และวงรอบต้นถึง 148 เซนติเมตร นับเป็นต้นไม้ที่แสดงถึงความยั่งยืนและความเขียวขจีที่ยังคงอยู่บนพื้นที่ของอุทยานฯ โดยภาพรวมแล้ว ต้นไม้เหล่านี้ไม่ใช่แค่สิ่งที่ปลูกไว้เพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นบทเรียนที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรป่าไม้ที่ควรได้รับการรักษาเป็นมรดกทางธรรมชาติ สำหรับผู้มาเยือนอุทยานแห่งชาติภูเรือ นอกจากจะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติและสายลมเย็น ยังได้เรียนรู้ถึงพระราชประสงค์ที่ย้ำถึงการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนเพื่อรักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูเรือยังมีโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมการศึกษาธรรมชาติและการอนุรักษ์ป่าไม้ ช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใกล้ชิดและตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริง จุดนี้เองคือสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้เข้มแข็งและสามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังได้อย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ การเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติภูเรือจึงไม่เพียงแต่เป็นการท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระราชินีผู้ทรงห่วงใยผืนป่าไทย เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันสร้างและรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดินตลอดไป







