”วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก“
วันที่ 16 พฤศจิกายนของทุกปีตรงกับ "วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก" ก่อตั้งโดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) เสนอให้จัดตั้งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลกขึ้น ซึ่งได้รับการรับรองจากที่ประชุม เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515
การปกป้องพิทักษ์สมบัต ิทางวัฒนธรรม และธรรมชาติของโลกเป็นภารกิจของมนุษย์ชาติทั่วโลก ทั้งมรดกโลกทางวัฒนธรรม และมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีอยู่ทั่วโลกล้วนเป็นสิ่งทรงคุณค่า ที่ต้องหวงแหนและปกป้องรักษาไว้เป็นสมบัติของโลก
ในประเทศไทยมีสถานที่สำคัญที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งหมด 8 แห่ง โดยแบ่งประเภทต่าง ๆ ได้แก่
❤️ มรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง ได้แก่
1. เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร จ.สุโขทัย ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534
2. นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534
3. แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จ.อุดรธานี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2535
4. เมืองโบราณศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566
5. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี ขึ้ นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี 2567 เป็นมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย
💚 มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่
1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ จ.อุทัยธานี จ.ตาก และ จ.กาญจนบุรี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2534
2. ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.ปราจีนบุรี จ.บุรีรัมย์ จ.สระแก้ว จ.นครนายก และ จ.สระบุรี ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2548
3. กลุ่มป่าแก่งกระจาน ที่มีพื้นที่ธรรมชาติ ครอบคลุมถึง 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564
แม้ว่าจะมีสถานที่มากมายได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ความตระหนักต่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมและธรรมชาติควรเกิดขึ้นบนทุกสถ านที่โดยไม่จำเป็นต้องให้สถานที่เหล่านั้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก ดังนั้นเราทุกคนจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติอันสวยงามให้คงอยู่สืบไป
#กรมอุทยานแห่งชาติ #วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลก #16พฤศจิกายน #UNESCO #ห้วยขาแข้ง
วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลกซึ่งตรงกับวันที่ 16 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันที่ UNESCO ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้มนุษยชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สมบัติทางวัฒนธรรมและธรรมชาติบนโลกนี้ การคุ้มครองมรดกโลกนั้นมิใช่เพียงแค่เป็นหน้าที่ของแต่ละประเทศที่มีสถานที่นั้น ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าที่ของประชาคมโลกในการรักษาคุณค่าที่มีร่วมกันเหล่านี้ให้คงอยู่กับคนรุ่นหลัง ในประเทศไทย ปัจจุบันมีมรดกโลกจำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง แบ่งออกเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีความโดดเด่นทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม รวมถึงความงดงามของธรรมชาติ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทในอุดรธานี ที่เพิ่มขึ้นเป็นมรดกโลกลำดับที่ 8 ล่าสุด หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ที่มีความสำคัญด้านระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ การรักษามรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติไม่ใช่แค่การประกาศขึ้นทะเบียนเท่านั้น แต่ต้องเกิดความตระหนักรู้และการร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เพื่อที่จะไม่ทำลายสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาความรู้เกี่ยวกับสถานที่เหล่านี้ เพื่อให้คนรุ่นใหม่รักษาความสำคัญของมรดกโลกอย่างยั่งยืน นอกจากสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว เราทุกคนยังสามารถร่วมมือกันดูแลรักษาวัฒนธรรม ประเพณี และธรรมชาติของชุมชนตนเองให้คงไว้ซึ่งความงดงามและคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะ การอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ท้องถิ่น หรือการรักษาโบราณสถานในท้องถิ่นของเราเอง วันพิทักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลกจึงเป็นโอกาสที่ดีในการย้อนคิดถึงบทบาทของเราทุกคนในการปกป้องโลกและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่านี้ให้ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเพื่อความงามในปัจจุบัน แต่เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้และรับรู้ถึงคุณค่าของสมบัติที่มนุษยชาติร่วมกันสร้างสรรค์และอนุรักษ์ไว้ทั้งหมดนี้ตลอดไป
