ได้พบกันอีกครั้ง ”นกเงือกหัวหงอก“ อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี
ในวันที่มีฝนตกโปรยปรายระหว่างเข้าสำรวจเก็บข้อมูล สัตว์ป่า ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการงานศึกษาวิจัย อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี จังหวัดสงขลา ที่เข้าสำรวจเก็บข้อมูลชนิดนก ชนิดผีเสื้อในเส้นทางศึกษาธรรมชาติคีรีท่องไพร 1 พบชนิดนกและชนิดผีเสื้อหลากหลายชนิด
แต่การสำรวจแสนพิเศษในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สำรวจพบนกเงือกหั วหงอกอีกครั้ง จึงได้นำคลิปมาฝากให้ทุกคนได้ชม เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าผืนป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติสังกาลาคีรี ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ที่พร้อมเป็นแหล่งอาหารและแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า
ที่มา : อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี: San Kala Khiri National Park จังหวัดสงขลา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา)
#นกเงือกหัวหงอก #อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี #สงขลา #กรมอุทยานแห่งชาติ
การได้พบกับนกเงือกหัวหงอกในอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่นี้อย่างชัดเจน นกเงือกหัวหงอก (White-crowned Hornbill) เป็นนกสายพันธุ์ที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศ เพราะเป็นตัวช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ในป่าด้วยการกินผลไม้และปล่อยเมล็ดออกมาในที่ต่างๆ ทำให้ป่าดำรงความหลากหลายของชนิดพันธุ์ได้อย่างยั่งยืน อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรีในจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าดงดิบเขตร้อน มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด รวมทั้งนกเงือกสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกเงือกหัวหงอกที่มีลักษณะเด่นคือหัวขาวและมีขนาดใหญ่ ทำให้ตัวนกเป็นจุดสนใจสำหรับนักวิจัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจนก การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากนกเงือกหัวหงอกเป็นนกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองของไทย การมีแหล่งอาศัยที่อุดมสมบูรณ์แสดงถึงความสำเร็จของการบริหารจัดการอนุรักษ์ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มพูนความรู้ด้านสัตว์ป่าและระบบนิเวศให้กับเจ้าหน้าที่และผู้สนใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี เพื่อสัมผัสธรรมชาติที่สมบูรณ์และชมความน่ารักของนกเงือกหัวหงอก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ อุทยานยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติคีรีท่องไพร 1 ที่เป็นจุดสำรวจที่เหมาะสำหรับการชมวิวธรรมชาติและสัตว์ป่า การดูแลและรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง ยังเป็นกุญแจสำคัญที่จะรักษาถิ่นอาศัยของนกเงือกและสัตว์ป่าอื่นๆ ให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติในจังหวัดสงขลา


























































