自動翻訳されています。元の投稿を表示する

コンバーチブル洞窟での300 0年のカラーペインティングの物語。

人間は時間の経過とともに普通のことを行ってきました。建設やシンボルの作成など、時間の経過とともに貴重なものになってきました。例えば、洞窟の壁に描かれた人間の絵画は、何世代にもわたってウトゥアタニ州のコンバーチブル・ケイブ・ハンティング・ゾーンで今でも証明されています。

メディアの絵画からの物語は、人間が主に生活を始め、約3,000〜5,00 0年前に動物を飼育し放牧していたことを示唆しています。これらの絵画が先史時代の人間の定住の始まりを示すものであるとすれば、1990年に芸術省によって発見されるまでです。

それは1999年にコンバーチブル・ケイブ・ハンティング・ゾーンの始まりであり、シャム・ラチャクマリの皇太子陛下の遺言により、1993年4月にカラーペインティングを見たときでした。この地域の先史時代のカラーペインティング、森林資源、野生生物を保存し、土地の遺産を保存するためです。

出所:ウトゥアタニー県タムプラトゥーン狩猟禁止区域の転換可能な洞窟森林狩猟禁止区域、ナコーンサワン12の保護区管理局

#古代の色彩絵画 #コンバーチブル洞窟森林狩猟禁止区域 #ウタニ #国立公園サービス

2025/12/19 に編集しました

... もっと見るภาพเขียนสีโบราณที่ถ้ำประทุน จ.อุทัยธานี นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงกิจกรรมของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการการตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรของมนุษย์ในภูมิภาคนี้ ภาพเขียนเหล่านี้ถูกประเมินว่ามีอายุประมาณ 3,000-5,000 ปี แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต การทำเกษตรกรรม และการเลี้ยงสัตว์ของผู้คนในสมัยนั้น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นศิลปะวัฒนธรรมขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติในอดีต หลังจากการค้นพบภาพเขียนสีเหล่านี้โดยกรมศิลปากรในปี พ.ศ.2533 ความสำคัญของพื้นที่ถ้ำประทุนจึงได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน และในปี พ.ศ.2542 พื้นที่นี้ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีเป้าหมายหลักในการอนุรักษ์และปกป้องภาพเขียนสีโบราณ ทรัพยากรป่าไม้ รวมถึงสัตว์ป่าในพื้นที่ เพื่อให้ยังคงสภาพสมบูรณ์และเป็นมรดกสำคัญของชาติ ความพยายามในการรักษาเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุนไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เน้นการศึกษาวัฒนธรรมโบราณและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย สำหรับผู้สนใจในการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การเยี่ยมชมถ้ำประทุนจึงถือเป็นโอกาสดีในการเรียนรู้ถึงรากฐานของสังคมมนุษย์ในอดีต และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไปสู่อนาคต ด้วยเหตุนี้ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุนในจังหวัดอุทัยธานี จึงเป็นดินแดนที่ทรงคุณค่าทั้งทางด้านธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เป็นสมบัติของประเทศที่ทุกคนควรช่วยกันรักษาและส่งต่อให้ลูกหลานได้รับรู้และชมเชยต่อไปอย่างยั่งยืน