ขาวมะลิลา กล้วยไม้ป่าอวดความงามในฤดูหนาว

เรื่องไม่ลับฉบับนักวิจัย...รู้จักกล้วยไม้ป่า โดยศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอแนะนำให้รู้จักกับกล้วยไม้ป่าอีกชนิดหนึ่งนั่นคือ ขาวมะลิลา Calanthe vestita Wall. ex Lindl.

ขาวมะลิลาสำรวจพบที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จ.ระนอง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 0-1,000 เมตร เป็นกล้วยไม้ดิน เจริญเติบโตได้ทั้งในอากาศร้อนถึงอบอุ่น

ลำลูกกล้วยรูปกลมรีสีเทาอมเขียวอ่อน ใบมี 1 - 4 ใบ รูปใบหอกถึงรูปไข่ ปลายแหลม ช่อดอกหลวม โน้มลง มีขนอ่อนๆ ใบประดับ 3-7 ใบ รูปใบหอกถึงรูปไข่ยาว ปลายแหลม แกนช่อดอกยาว 16-30 เซนติเมตร มีดอก 5-15 ดอก

ใบประดับดอกรูปไข่ถึงรูปใบหอกปลายแหลม ดอกไม้มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 5.5 เซนติเมตร สีขาวหรือสีครีม โคนกลีบปากส่วนที่แยกจากกันมักมีจุดสีเหลืองหรือแดง กลีบเลี้ยงรูปไข่ ปลายแหลม มีขนปกคลุมด้านนอก กลีบเลี้ยงด้านบนยาว 20-30 x 7-12 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงด้านข้างยาว 21-30 x 7-9.3 มิลลิเมตร

กลีบดอกรูปไข่ ปลายทู่ถึงปลายแหลม ยาว 22-27 x 9-11 มิลลิเมตร กลีบปากมี 3 แฉก โคนเชื่อมติดกับด้านข้างของเสาเกสรตัวผู้ โคนมีขนปกคลุม ยาว 24 - 32 x 19 - 36 มิลลิเมตร แฉกกลางมีสองแฉก ยาว 10-14 x 17-24 มิลลิเมตร แฉกข้างรูปไข่หรือรูปไข่ยาว ปลายทู่ กางออก ยาว 9-15 x 8-12 มิลลิเมตร มีสันตามยาว 3 สัน เดือยทรงกระบอก มีขนปกคลุม โค้งไปข้างหน้าอย่างเห็นได้ชัด ยาว 20 - 30 มิลลิเมตร

พบได้ในเมียนมาร์เวียดนาม มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว และสุลาเวสี ประเทศไทยพบตามป่าดิบแล้ง ป่าเขาหินปูน ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลถึง 1,000 เมตร ช่วงเวลาในการออกดอก พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์

ขอบคุณและรูปภาพจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

#กล้วยไม้ป่า #กรมอุทยานแห่งชาติ

2025/12/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมกล้วยไม้ขาวมะลิลา (Calanthe vestita) เป็นกล้วยไม้ป่าที่โดดเด่นและมีความสำคัญในระบบนิเวศของป่าดิบแล้งและป่าเขาหินปูน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สูง 0-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของกล้วยไม้ป่าในภูมิภาคนี้ นอกจากความสวยงามของดอกสีขาวหรือสีครีมที่มีจุดสีเหลืองหรือแดงบริเวณโคนกลีบปาก กล้วยไม้ชนิดนี้ยังมีโครงสร้างที่ซับซ้อนที่ช่วยในการผสมเกสรตามธรรมชาติ เช่น กลีบปากที่มีสามแฉกและมีขนปกคลุม รวมถึงเดือยทรงกระบอกที่มีขนปกคลุมและโค้งไปข้างหน้า ซึ่งอาจช่วยดึงดูดแมลงหรือนกที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการผสมเกสรของกล้วยไม้ชนิดนี้ ผู้ที่สนใจกล้วยไม้ป่าสายพันธุ์นี้ควรรู้ว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมดอกขาวมะลิลาจะอยู่ในฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่กล้วยไม้ชนิดนี้ออกดอกสวยงามและเต็มที่ที่สุด ทำให้ช่วงเวลานี้เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติและการถ่ายภาพ ขาวมะลิลาไม่เพียงพบในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังกระจายพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์ เวียดนาม มาเลเซีย และหมู่เกาะสุมาตรา บอร์เนียว รวมถึงสุลาเวสี ทำให้กล้วยไม้ป่าชนิดนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในระบบนิเวศป่าของภูมิภาคนี้ สำหรับผู้ที่รักการปลูกกล้วยไม้หรือสนใจศึกษาพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของกล้วยไม้ป่า แนะนำให้ศึกษาเรื่องการเจริญเติบโตของขาวมะลิลาในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เช่น ความต้องการของแสง ความชื้น และประเภทของดิน นอกจากนี้การอนุรักษ์ป่าเขาหินปูนซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้กล้วยไม้ป่าเหล่านี้ยังคงความสวยงามและอยู่คู่กับธรรมชาติไปอีกนาน โดยสรุป กล้วยไม้ป่าขาวมะลิลาไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความงามธรรมชาติในฤดูหนาวเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับนักวิจัยและผู้ที่สนใจเพื่อเข้าใจระบบนิเวศป่าดิบแล้งและป่าเขาหินปูนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กว้างขวางนี้

ค้นหา ·
กล้วยไม้ป่า