น้ำมือมนุษย์สู่ไฟป่า เมื่อการหาของป่าและล่าสัตว์ นำไปสู่การทำลายธรรมชาติอย่างมหาศาล

สถานการณ์ไฟป่ายังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยมีสาเหตุหลักที่น่าสะเทือนใจ คือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะการจุดไฟเพื่อ "ล่าสัตว์" หรือหาของป่า ซึ่งเป็นเพียงความเห็นแก่ตัวแต่กลับสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งการสูญเสียพื้นที่สีเขียวที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างยาวนาน การทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมถึงก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งการปฏิบัติงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่วะ จังหวัดลำปาง ได้ออกลาดตระเวนตรวจหาไฟป่าและพบกลุ่มควันหนาแน่นบริเวณหลังบ่อขยะ ซึ่งเพลิงกำลังลุกลามเข้าพื้นที่บ้านน้ำดิบ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่วะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่จึงรีบนำกำลังเข้าสกัดกั้นเพลิงในเวลา 09.22 น. ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดจากไฟป่าที่เกิดจากเชื้อไฟในป่าเบญจพรรณ โดยสามารถควบคุมไฟป่าและดับไฟได้สนิทในเวลา 11.00 น. จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วะได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 15 ไร่

ความสำเร็จในการปฏิบัติงานครั้งนี้ เกิดจากความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่สถานี ที่ประสานพลังร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) จากบ้านน้ำดิบ และบ้านท่าช้าง ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จนสามารถระงับเหตุไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การดับไฟที่ปลายเหตุนั้น เทียบไม่ได้กับการป้องกันที่ต้นเหตุ จึงขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของผืนป่า และร่วมกันหยุดเผา เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศให้คงอยู่

ทั้งนี้ การลักลอบเผาป่าในเขตพื้นที่สงวนถือเป็นความผิดร้ายแรงที่มีบทลงโทษเด็ดขาด โดยตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปี และปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท รวมถึงต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่สูญเสียไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเจตนาเผาป่าโดยตรง หรือการเผาไร่เผาตอซังแล้วลุกลามเข้าพื้นที่ป่าก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกัน

หากพบเห็นเหตุไฟป่า โปรดแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา : สถานีควบคุมไฟป่าแม่วะ จ.ลำปาง

#ไฟป่า #เผาป่า #หาของป่า #สถานีควบคุมไฟป่าแม่วะ #กรมอุทยานแห่งชาติ

3/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยอาศัยอยู่ใกล้บริเวณป่าเบญจพรรณในภาคเหนือ ผมเห็นชัดเจนว่าการจุดไฟเพื่อหาของป่าหรือล่าสัตว์นั้นไม่เพียงแต่ทำลายธรรมชาติอย่างรวดเร็ว แต่ยังส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบอย่างมาก ไฟป่าที่เกิดขึ้นจะทำให้อากาศรอบข้างเต็มไปด้วยควันพิษ ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจของคนในพื้นที่ รวมถึงสัตว์ป่าที่เสียชีวิตหรือไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง การที่เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่วะและเครือข่ายอาสาสมัครได้ร่วมมือกันปฏิบัติการเพื่อลดความเสียหายจากไฟป่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก หากเราอยากรักษาผืนป่าและความสมดุลของธรรมชาติ การป้องกันไม่ให้เกิดเพลิงไหม้ตั้งแต่ต้นเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับกฎหมายที่เข้มงวด เช่น โทษจำคุกและค่าปรับตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ก็ช่วยสร้างความตระหนักให้กับผู้ที่คิดจะกระทำผิดได้ดีขึ้น หากเราทุกคนช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสไฟป่าผ่านสายด่วน 1362 จะช่วยลดจำนวนไฟป่าซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคน สัตว์ และธรรมชาติอย่างใหญ่หลวงได้จริงๆ การปกป้องผืนป่าคือการรักษาชีวิตและอนาคตของเราทุกคนไว้ด้วยกัน