🐍✨ "งูพริกท้องแดง" จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง อัญมณีแห่งป่าใต้ สีสวยจัดจ้าน หัว-หาง-ท้อง สีแดงสดตัดกับลำตัวน้ำเงินเข้ม แต่พิษร้ายแรงทำลายระบบประสาท พบตัวได้ยาก ใครเจออยู่ห่างห้ามจับเด็ดขาด! ⚠️
⚠️ งูพริกท้องแดงในคลิป บังเอิญหลงเข้ามาในสำนักงาน เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและวีดีโอไว้ ก่อนนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ 💚
ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา-สตูล
หลายคนทักมาถามหลังเห็นคลิปว่า “งูพริกท้องแดง มีพิษไหม” หรือถ้าเจอ “งูอะไรท้องสีแดง/ท้องสีส้ม” ต้องทำยังไงให้ปลอดภัย ส่วนตัวเคยเจอเคสคล้าย ๆ กันที่งูหลงเข้าพื้นที่ทำงาน สิ่งแรกที่ย้ำเลยคืออย่าพยายามจับเอง เพราะงูกลุ่มนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นงูมีพิษ และพิษออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทได้ อันตรายมากแม้ตัวจะดูสวยเหมือน “อัญมณีแห่งป่าใต้” ก็ตาม วิธีสังเกตแบบเร็ว ๆ (ไม่ต้องเข้าใกล้) ที่คนมักจำได้คือสีท้องแดงสด/ส้มแดง ตัดกับลำตัวสีเข้มออกน้ำเงินหรือดำ และมักมีสีแดงที่ส่วนหัวหรือหางด้วย แต่ขอเน้นว่าการดูจากสีอย่างเดียวอาจทำให้สับสนได้ เพราะหลายคนค้นหา “งูพริกสีน้ำตาล” หรือเรียกสลับกับ “งูศรนารายณ์” รวมถึงชื่อท้องถิ่นอย่าง “งูบักพริก/งูพริกไทย” ดังนั้นถ้าไม่ชัวร์ ให้คิดไว้ก่อนว่าเป็นงูพิษและเว้นระยะปลอดภัยเสมอ ถ้าเจองูอยู่ในบ้าน/สำนักงาน แนะนำขั้นตอนที่เคยใช้แล้วเวิร์ก: 1) ถอยห่างและกันคนออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กและสัตว์เลี้ยง 2) อย่าต้อนเข้ามุม อย่าใช้ไม้เขี่ย และอย่าพยายามตี เพราะเสี่ยงโดนฉก 3) ปิดทางหนีเข้าในตัวอาคาร (เช่น ปิดประตูห้อง) แต่เปิดทางให้งูเลื้อยออกนอกอาคารได้ถ้าปลอดภัย 4) โทรแจ้งกู้ภัย/หน่วยงานพื้นที่/เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าให้มาจับและปล่อยคืนธรรมชาติ 5) ถ่ายรูปหรือวิดีโอจากระยะไกลไว้ให้เจ้าหน้าที่ช่วยยืนยันชนิดงู (แต่อย่าเข้าใกล้เพื่อถ่ายให้ชัด) อีกคำถามที่พบบ่อยคือ “ต่างจากงูเห่าไหม” งูเห่าจะมีลักษณะชูคอและแผ่แม่เบี้ยชัดเจน แต่สำหรับงูท้องแดงที่คนเรียกงูพริกท้องแดงนั้น ต่อให้ไม่ใช่งูเห่า ก็ยังไม่ควรประมาท เพราะพิษอาจรุนแรงเช่นกัน สุดท้าย ถ้าเกิดถูกกัด ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ขันชะเนาะ ไม่กรีดแผล ไม่ดูดพิษ และพยายามจำลักษณะงู/ภาพที่ถ่ายไว้ให้แพทย์ประกอบการรักษา ความปลอดภัยสำคัญที่สุด—เจอเมื่อไหร่ “อยู่ให้ห่าง” และให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการค่ะ/ครับ

















