อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ผนึกกำลัง จัดงานวันช้างไทย มุ่งแก้ปัญหาความขัดแย้งและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

​ช้าง ถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และระบบนิเวศ การอนุรักษ์ช้างป่าจึงไม่ใช่เพียงการคุ้มครองสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่คือการรักษาความสมดุลของผืนป่าและการสร้างความเข้าใจเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ป่าอย่างเกื้อกูล การรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ ผ่านกิจกรรมเชิงรุกจึงเป็นหัวใจสำคัญในการปลุกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าและร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่านี้ให้คงอยู่

​ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และชุมชน จัดงาน “สืบสานประเพณี วันช้างไทย ประจำปี 2569” ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กร.5 (ห้วยลึก) โดยภายในงานจัดให้มีกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “นวัตวิถี ฅน ช้าง ป่า” เพื่อเจาะลึกแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับวิถีชุมชน พร้อมทั้งมีการมอบรางวัลภาพถ่ายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชูความโดดเด่นของทรัพยากรในพื้นที่

​นอกจากนี้ ในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ยังได้มีการรวมตัวของกลุ่มจิตอาสาเพื่อลงพื้นที่ในการกำจัดวัชพืช การทำโป่งเทียม และการปรับปรุงแหล่งอาหารสำหรับช้างป่า เพื่อยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่อาศัยสัตว์ป่าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายอนุรักษ์ที่เข้มแข็งผ่านการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่น ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน และลดปัญหาระหว่างคนและช้างป่าในระยะยาว เพื่อให้ผืนป่ากุยบุรีเป็นต้นแบบของความสุขที่ยั่งยืนระหว่างคนและสัตว์ป่าต่อไป

​ที่มา : อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

#วันช้างไทย #อุทยานแห่งชาติกุยบุรี #คนช้างป่า #กุยบุรี #กรมอุทยานแห่งชาติ

3/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการจัดงานวันช้างไทย ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีในปีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทย จากประสบการณ์ของหลายคนที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมอนุรักษ์ช้าง พบว่าการผสมผสานเทคโนโลยี เช่น การติดตั้งอุปกรณ์เฝ้าระวัง และการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เข้ากับการดูแลรับผิดชอบของชุมชนท้องถิ่น เป็นวิถีทางหนึ่งที่ช่วยให้การป้องกันและบริหารจัดการปัญหานี้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กิจกรรมการทำโป่งเทียมและกำจัดวัชพืชที่จัดขึ้นหลังเสร็จสิ้นงาน ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มแหล่งอาหารและความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่ช้างอาศัยอยู่ได้ดีขึ้น แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกของคนในชุมชนให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ และช่วยให้เกิดเครือข่ายการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ งานวันช้างไทยยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยการส่งเสริมภาพถ่ายและกิจกรรมที่แสดงถึงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้รับรู้ถึงความพยายามของอุทยานและชุมชน โดยสรุป การอนุรักษ์ช้างและผืนป่าเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป การเรียนรู้ รู้จักอยู่ร่วมกัน และใช้เทคโนโลยีควบคู่กับภูมิปัญญาชุมชน ถือเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ปัญหาความขัดแย้งลดลง และรักษาสมดุลของระบบนิเวศให้คงอยู่สืบไป