​🛡️ ทำความรู้จัก "ลิ่นชวา" อัศวินชุดเกราะแห่งพงไพร

​รู้หรือไม่? ในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีเกล็ด "ลิ่นพันธุ์ใต้" หรือ "ลิ่นชวา" คือหนึ่งในสัตว์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและน่าอัศจรรย์ที่สุดในป่าบ้านเรา แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็กำลังเผชิญกับวิกฤตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างมาก

“ลิ่นพันธุ์ใต้ ลิ่นชวา หรือลิ่นซุนดา” มีความยาวลำตัวและหัว 42.5-55 เซนติเมตร ความยาวหาง 34-47 เซนติเมตร ความสูงจากพื้นดินถึงหัวไหล่ 7.5-9 เซนติเมตร น้ำหนัก 5-7 กิโลกรัม

มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับลิ่นจีน แต่ต่างกันตรงที่หางยาวกว่า ส่วนหางจะถูกปกคลุมด้วยเกล็ดประมาณ 30 เกล็ด มีเกล็ดสีน้ำตาลเหลืองหรือน้ำตาลเข้ม มีขนบางๆ แทรกอยู่ตามเกล็ดเล็กน้อย สีของเกล็ดจะดูอ่อนกว่าเกล็ดลิ่นจีน

ลิ่นชวา หากินในเวลากลางคืน บางครั้งพบเดินไปมาในเวลากลางวัน อาศัยอยู่ในโพรง ปกติอยู่ตามลำพัง หากินอาหารบนพื้นป่า บางครั้งปีนขึ้นไปหากินบนต้นไม้ พบในป่าหลายประเภทในพื้นที่ที่มีระดับความสูงไม่มากนัก

มีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562/ IUCN กลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ตามบัญชี IUCN Red List/ บัญชีไซเตส ภาคผนวกที่ 1 (CITES Appendix I) ซึ่งห้ามค้าขาย นำเข้า-ส่งออก ครอบครองเพื่อการค้า การเพาะพันธุ์เพื่อการค้า และการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตพิเศษเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษา วิจัย หรืออนุรักษ์

💚📗 "โลกแห่งการเรียนรู้ สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ" ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 📚

ที่มา : หนังสือ คู่มือการจำแนกชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่มีปัญหาการลักลอบล่าและค้าในงานนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า เลขเรียกหนังสือ 13 ศ812ค 2566/ หนังสือ คู่มือธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศไทย เลขเรียกหนังสือ 149(593) พ681ส 2553/ หนังสือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน เลขเรียกหนังสือ 149(593) ก5/ อุทยานแห่งชาติศรีพังงา

#ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ #อุทยานแห่งชาติศรีพังงา #ลิ่น #ลิ่นชวา #CITES

3/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงในการแวะเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติหลายแห่งในประเทศไทย ผมได้มีโอกาสพบเห็นลิ่นชวาตัวจริงในธรรมชาติ แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่หายาก แต่การที่เขายังคงอาศัยอยู่ในระบบนิเวศป่าไม้ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าอย่างยิ่ง ลิ่นชวาหรือที่เรียกว่าลิ่นพันธุ์ใต้ ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีเกล็ดที่น่าสนใจที่สุดชนิดหนึ่งที่ผมเคยศึกษา เพราะเกล็ดของมันไม่เพียงแต่ช่วยปกป้องร่างกายเหมือนชุดเกราะ แต่ยังมีความสวยงามในโทนสีน้ำตาลเหลืองถึงน้ำตาลเข้ม ความแตกต่างในรายละเอียดเหล่านี้ทำให้มันมีความโดดเด่นและแตกต่างจากลิ่นพันธุ์จีน นิสัยของลิ่นชวานั้นส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์กลางคืน ซึ่งสอดคล้องกับการผจญภัยของผมที่มักจะได้เห็นรอยเท้าหรือร่องรอยอาหารของพวกมันตามพื้นป่าในเวลากลางคืน บางครั้งก็พบลิ่นชวาเดินหากินในเวลากลางวันซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ศึกษาอย่างใกล้ชิด ความสำคัญอีกอย่างคือสถานะที่น่าเป็นห่วงของลิ่นชวาในประเทศไทยและพื้นที่อินโดจีน เนื่องจากถูกจัดให้อยู่ในบัญชีสัตว์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ตามประกาศของ IUCN และถูกขึ้นบัญชีในภาคผนวกที่ 1 ของ CITES ทำให้การค้าและครอบครองลิ่นชวาโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างรุนแรง สิ่งนี้ส่งผลให้ทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองและการปกป้องสัตว์ชนิดนี้อย่างจริงจัง การได้เรียนรู้และเข้าใจลิ่นชวา ไม่ใช่เพียงแค่รู้จักลักษณะภายนอกหรือข้อมูลประชากรเท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสถึงความอ่อนโยนและความสำคัญของสัตว์ชนิดนี้ในระบบนิเวศอีกด้วย ซึ่งทำให้ผมเชื่อว่าการรวมพลังเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดและน่าทึ่งเช่นลิ่นชวาในบ้านเราต่อไป

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ หรั่ง
หรั่ง

👍👍