อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ผนึกกำลังทุกภาคส่วนจัดกิจกรรม “ปิดสวิตช์ไฟป่า” เดินหน้าเคาะประตูบ้าน รณรงค์งดเผาเพื่ออากาศสะอาดอย่างยั่งยืน

​ปัญหาไฟป่าและหมอกควันยังคงเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชน โดยแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด คือการได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนในการร่วมกันไม่เผาป่า เพื่อเปลี่ยนทัศนคติและสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นเกราะป้องกันไฟป่าที่เข้มแข็งที่สุด

ล่าสุด ​เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ได้จัดกิจกรรม “ปิดสวิตช์ไฟป่า” เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดปัญหาไฟป่าในพื้นที่ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐจากจังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ทั้งหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานความมั่นคง หน่วยป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.อส.) ที่มาร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์และเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ไฟป่า ณ ศาลาประชาคมบ้านน้อมเกล้า หมู่ที่ 11 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร

​นอกจากการรวมพลังของหน่วยงานต่างๆ แล้ว ภารกิจสำคัญในครั้งนี้คือการลงพื้นที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์แบบ “เคาะประตูบ้าน” ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ซึ่งครอบคลุมกว่า 37 หมู่บ้านรอบแนวเขตอุทยานฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบของไฟป่าและฝุ่นควัน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผาทุกกรณี

ซึ่งการเข้าถึงชุมชนแบบเชิงรุกในครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนบทบาทของชาวบ้านจากผู้ที่อาจทำให้เกิดไฟ ให้กลายเป็นหูเป็นตา และเป็นแนวร่วมสำคัญในการเฝ้าระวังเพื่อลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่อย่างยั่งยืน

​ที่มา : อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.มุกดาหาร

#ปิดสวิตช์ไฟป่า #งดเผาป่า #อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว #กรมอุทยานแห่งชาติ

3/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครที่ค้นหา “อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว” แล้วเจอเรื่องไฟป่า/หมอกควันบ่อยๆ ขอเล่ามุมที่อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจและเอาไปทำตามได้จริงจากกิจกรรม “ปิดสวิตช์ไฟป่า” ที่จัดในพื้นที่ค่ะ จุดที่ชัดมากคือเขาไม่ได้ทำแค่งานเชิงสัญลักษณ์ถ่ายรูปกับป้ายรณรงค์งดเผาป่า แต่มีการเตรียมความพร้อมแบบลงรายละเอียด ทั้งการรวมทีมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานกับอาสาสมัคร และการจัดอุปกรณ์ดับไฟป่าให้พร้อมก่อนเข้าฤดูเสี่ยง สิ่งที่อยากชวนสังเกตคือแนวทาง “เคาะประตูบ้าน” ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ใกล้ชิดกว่าโพสต์ประกาศหรือทำป้ายอย่างเดียว เพราะการงดเผาไม่ได้เกิดจากคำสั่ง แต่มาจากความเข้าใจผลกระทบจริงๆ เช่น ควันทำให้ค่าฝุ่นสูง กระทบคนแก่ เด็ก คนทำงานกลางแจ้ง รวมถึงกระทบสัตว์ป่าและป่าต้นน้ำของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัวด้วย การไปคุยถึงบ้านช่วยให้ถาม-ตอบได้ตรงประเด็นว่าอะไรทำให้คนยังต้องเผา และมีทางเลือกไหนที่ทำได้ในชุมชน ถ้าเราเป็นคนในพื้นที่รอบแนวเขต (ที่ครอบคลุมหลายหมู่บ้าน) สิ่งที่ช่วยได้ทันทีมี 3 แบบที่ทำได้แบบไม่ต้องใช้งบเยอะ 1) งดเผาทุกกรณีและช่วยกัน “บอกต่อ” ให้คนในครอบครัวเข้าใจตรงกัน โดยเฉพาะช่วงลมแรงที่ไฟลามไวมาก 2) เป็นหูเป็นตา: ถ้าเห็นควันหรือจุดเสี่ยง ให้รีบแจ้งผู้นำชุมชน/หน่วยงานในพื้นที่ อย่ารอให้ไฟลุกเป็นวงกว้าง เพราะพอไฟเข้าป่าแล้วควบคุมยากและอันตรายกับเจ้าหน้าที่มาก 3) ลดเชื้อไฟรอบบ้านแบบปลอดภัย: เก็บกวาดเศษใบไม้แห้งเป็นกองเล็กๆ ในพื้นที่ควบคุม (ไม่จุดไฟ) และจัดพื้นที่โล่งเป็นแนวกันไฟรอบจุดสำคัญ เช่น รอบยุ้งข้าว รอบคอกสัตว์ หรือแนวติดป่า ส่วนคนที่เป็นนักท่องเที่ยวหรือคนทำงานผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ช่วงหน้าแล้งแนะนำพกหน้ากากกันฝุ่น ตรวจประกาศเรื่องไฟป่าก่อนเข้าไป และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงเกิดประกายไฟ เช่น ทิ้งก้นบุหรี่ หรือจุดไฟในพื้นที่ไม่เหมาะสม เรื่องเล็กๆ แบบนี้ช่วยลดโอกาสเกิดไฟป่าได้มากกว่าที่คิดค่ะ