🌳 ทำความรู้จัก "ยาง" ไม้ใหญ่ผู้พิทักษ์ผืนป่า 🌳

หากพูดถึงต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของป่าเมืองไทย หลายคนต้องนึกถึงต้น "ยาง" ไม้ต้นสูงตระหง่านที่เป็นเอกลักษณ์ วันนี้ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะพาทุกคนไปส่องความสวยงามและลักษณะเด่นของพืชชนิดนี้กันครับ!

“ยาง” วงศ์ Dipterocarpaceae ไม้ต้น ส่วนมากสูง 30-40 เมตร โคนมีพูพอนในชนิดที่ไม่ผลัดใบ เปลือกแตกเป็นสะเก็ด หรือแตกเป็นร่องลึกในชนิดที่ผลัด

ใบ ส่วนมากมีขนรูปดาวสั้นนุ่มตามกิ่ง หูใบ แผ่นใบด้านล่าง ก้านใบ และช่อดอก หูใบหุ้มตายอด ร่วงเร็ว ทิ้งรอยชัดเจน ใบเรียงเวียน พับจีบ เส้นแขนงใบเรียงขนานกัน ส่วนมากตรงจรดขอบใบ เส้นใบย่อยแบบขั้นบันได

ช่อดอกแบบช่อกระจะออกตามกิ่งหรือซอกใบ ดอกเรียงสลับไปมา ใบประดับขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบยาว 2 กลีบ กลีบสั้น 3 กลีบ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก เรียงจรดกัน

ดอกสีขาวมีปื้นสีชมพูมี 5 กลีบ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก บิดเวียน ร่วงติดกัน เกสรเพศผู้ส่วนมากมี 15-30 อัน ก้านชูอับเรณูสั้น แผ่กว้างช่วงโคน อับเรณูมี 4 ช่อง รูปแถบ แกนอับเรณูยื่นเลยอับเรณูเล็กน้อยหรือยาวเท่าๆ อับเรณู รังไข่ส่วนมากมีขนสั้นนุ่มจรดโคนก้านเกสรเพศเมีย ยอดเกสรเพศเมียจักเป็นพูไม่ชัดเจน

ผลเปลือกแข็งเมล็ดเดียว กลม มักมีขนสั้นนุ่ม ปลายมีติ่งแหลม หลอดกลีบเลี้ยงที่หุ้ม เรียบ เป็นสันหรือปีก โคนคอด กลีบเลี้ยงสองอันขยายเป็นปีกยาว มีเส้นปีกสามเส้น ปีกสั้น 3 อัน รูปรีกว้างหรือกลม

💚📗 "โลกแห่งการเรียนรู้ สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ" ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 📚

ที่มา : หนังสือ สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) เลขเรียกหนังสือ 17 ร62ส / อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

#ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ #อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น #สระบุรี #ยาง #กรมอุทยานแห่งชาติ

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายครั้งเวลาเห็นคำว่า “ยาง” เราอาจนึกถึงต้นยาง ใบเขียว ช่อดอกสีขาวอมชมพู หรือผลสีน้ำตาลมีปีกที่ร่วงตามพื้น แต่พอเสิร์ชในกูเกิล คนส่วนใหญ่กลับต้องการข้อมูลเรื่อง “ยางอะไหล่” (spare tire) ของรถมากกว่า เราเลยขอเติมข้อมูลส่วนนี้ไว้เผื่อใครกำลังจะเดินทางหรือเช็กรถก่อนออกทริป 1) ยางอะไหล่มีกี่แบบ เลือกยังไงให้เหมาะ - ยางอะไหล่เต็มขนาด (Full-size): ขนาดเท่ายางใช้งานจริง ขับได้ใกล้เคียงปกติ เหมาะกับคนเดินทางไกล/ต่างจังหวัดบ่อย แต่กินพื้นที่และหนักกว่า - ยางอะไหล่ชั่วคราว/โดนัท (Temporary/Space saver): เล็กและแคบกว่า ประหยัดพื้นที่ แต่จำกัดความเร็วและระยะทาง ควรใช้แค่ “พอถึงร้านยาง” - ชุดปะยาง/น้ำยาอุดรอยรั่ว: บางรุ่นไม่มีล้ออะไหล่ ต้องเช็กคู่มือรถให้ชัดว่าใช้ได้กับรอยรั่วแบบไหน (รอยใหญ่/แก้มยางฉีกมักไม่รอด) 2) วิธีอ่านตัวเลขข้างแก้มยาง (สำคัญมากตอนซื้อยางอะไหล่) ตัวอย่าง 205/55R16 91V - 205 = หน้ายาง (มม.) - 55 = ซีรีส์/ความสูงแก้มยาง (% ของหน้ายาง) - R16 = โครงสร้างเรเดียล ขอบล้อ 16 นิ้ว - 91 = ดัชนีรับน้ำหนัก - V = ดัชนีความเร็ว ทริคของเรา: ยางอะไหล่ “เต็มขนาด” ควรสเปกเท่ากับล้อที่ใช้อยู่ให้มากที่สุด ส่วนยางโดนัทให้ดูสติ๊กเกอร์/คู่มือรถเป็นหลัก 3) เช็ก “ปีผลิตยาง” ก่อนใช้งานหรือก่อนซื้อ ดูรหัส DOT ที่แก้มยาง ตัวเลข 4 หลักท้าย เช่น 2323 = ผลิตสัปดาห์ที่ 23 ปี 2023 ประสบการณ์ส่วนตัวคือ หลายคันมียางอะไหล่ติดรถมานานจนลืมเช็ก ทั้งที่ไม่เคยเอาลงมาใช้เลย แนะนำให้เอาออกมาดูปีผลิตและสภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 4) เช็กสภาพยางอะไหล่แบบเร็วๆ ก่อนออกเดินทาง - ดูรอยแตกลายงา/บวม/ฉีก โดยเฉพาะบริเวณแก้มยาง - ดูดอกยางว่ายังลึกพอไหม (ถึงไม่ใช้บ่อย แต่ยางเสื่อมตามอายุ) - เช็กลมยาง: ยางอะไหล่มักอ่อนโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นยางโดนัท หลายรุ่นต้องเติมลมสูงกว่าปกติ (ยึดตามคู่มือ) - เช็กแม่แรง/ประแจ/ห่วงลาก/บล็อกน็อตล้อ ว่าอยู่ครบและใช้ได้จริง 5) ถ้าจำเป็นต้องใช้ยางอะไหล่ ควรขับยังไง - ยางโดนัท: ขับช้า รักษาระยะ ไม่เลี้ยวแรง/เบรกกระทันหัน และรีบไปเปลี่ยนเป็นยางปกติให้ไวที่สุด - หลีกเลี่ยงขับทางไกลหรือขึ้นเขานานๆ ถ้าไม่จำเป็น - ใส่ยางอะไหล่แล้วให้สังเกตอาการสั่น/ดึง/เสียงผิดปกติ ถ้ามีให้หยุดเช็ก 6) ซื้อยางอะไหล่ควรถามอะไรที่ร้าน - ขอยืนยันขนาดให้ตรงรุ่นรถ - ขอเช็กปีผลิต DOT ก่อนจ่าย - ถามเรื่องประกันยาง/เงื่อนไขการเคลม - ถามแรงดันลมที่ควรเติมสำหรับยางอะไหล่ของรุ่นนั้น สรุปสั้นๆ: ต่อให้รถเรามี “ยาง” สวยๆ ในธรรมชาติอย่างต้นยางที่ออกดอกสีขาวอมชมพูให้เห็นตามฤดู แต่ “ยางอะไหล่” ในรถคือของที่ช่วยเซฟทริปได้จริงๆ แนะนำให้เช็กปีผลิต เติมลม และทดลองหยิบอุปกรณ์เปลี่ยนล้อสักครั้ง จะได้ไม่งงเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินบนทางครับ