🌸 “โมกราชินี” พรรณไม้ล้ำค่าใต้ร่มพระบารมี หนึ่งเดียวในโลกที่เมืองไทย

ทราบหรือไม่ว่า... ในบรรดาไม้ตระกูลโมกที่ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ มีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่เป็น "พืชถิ่นเดียวของไทย" และมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นพรรณไม้ที่ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โมกราชินี ไม้พุ่มหรือไม้ต้น แตกกอ สูงได้ถึง 10 ม. ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 3–10 ซม. ก้านใบยาว 0.4–1 ซม. ช่อดอกยาว 3–5 ซม. ก้านดอกยาว 0.5–1.5 ซม. กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยมปลายมน ยาว 1.5–2 มม.

ดอกสีขาวรูปดอกเข็ม หลอดกลีบดอกยาว 1.4–2 ซม. กลีบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน ยาว 1.4–2.5 ซม. กะบัง 3 ชั้น กะบังหน้ากลีบดอกแนบติดกลีบดอกเกือบกึ่งหนึ่ง ปลายแยกเป็นแฉก ยาว 1–1.2 ซม. ปลายแฉกเป็นตุ่ม กะบังระหว่างกลีบดอกคล้ายกะบังหน้ากลีบดอก แต่ติดที่โคนกลีบดอก กะบังย่อยออกเดี่ยว ๆ ยาว 2–6 มม.

เกสรเพศผู้ติดภายในหลอดกลีบอับเรณูยาวประมาณ 1 ซม. รังไข่มีขนประปราย ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 2 ซม. รวมยอดเกสร ผลรูปกระสวย กางออก ปลายกว้าง โค้งเล็กน้อย กว้าง 1–1.5 ซม. ยาว 8–15 ซม. มีช่องอากาศหนาแน่น เมล็ดยาวประมาณ 1.5 ซม. กระจุกขนยาวประมาณ 3 ซม.

พืชถิ่นเดียวของไทยพบทางภาคเหนือตอนล่างที่นครสวรรค์ ภาคกลางที่สระบุรี ลพบุรี และภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่สระแก้ว ขึ้นตามเขาหินปูนเตี้ย ๆ ความสูงไม่เกิน 100 เมตร ชื่อชนิดตั้งเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

💚📗 "โลกแห่งการเรียนรู้ สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ" ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 📚

ที่มา : หนังสือ สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ) เลขเรียกหนังสือ 17 ร62ส / สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ #พระพันปีหลวง #โมกราชินี #สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ #ห้องสมุดกรมอุทยานแห่งชาติ

3/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงแรกที่ได้ยินชื่อ “โมกราชินี” เรามักนึกว่าเป็นโมกทั่วไปที่ปลูกเป็นรั้วบ้าน แต่จริง ๆ แล้วโมกราชินีเป็นพรรณไม้ที่พิเศษมาก เพราะเป็นพืชถิ่นเดียวของไทย และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wrightia sirikitiae D.J. Middleton & Santisuk ใครที่ค้นคำว่า “โมกราชินี” หรือ “ดอกโมกราชินี” มักอยากรู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แตกต่างจากโมกชนิดอื่นตรงไหน และพบได้ที่ไหนบ้าง สิ่งที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ “ดอกโมกราชินี” จะเป็นดอกสีขาวสะอาดตา รูปทรงคล้ายดอกเข็ม/ดอกหลอด กลีบเรียวยาว เวลาบานจะดูเด่นมากตัดกับใบสีเขียว และเป็นไม้ที่อยู่ในกลุ่มไม้หอมแบบที่ยืนใกล้ ๆ แล้วรู้สึกสดชื่น (ใครชอบไม้ดอกสีขาวน่าจะหลงรักตั้งแต่แรกเห็น) นอกจากดอกแล้ว อีกจุดหนึ่งที่คนมักไม่ค่อยพูดถึงคือ “ผล” ของโมกราชินี ซึ่งมีลักษณะเป็นฝักยาวคล้ายกระสวย เมื่อแก่จะแตกออกได้ และมีเมล็ดที่ติดกระจุกขน ช่วยกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ ถ้าใครสงสัยว่าโมกราชินีพบที่ไหน: จากข้อมูลพรรณไม้ไทยพบในภาคเหนือตอนล่างแถบนครสวรรค์ ภาคกลางอย่างสระบุรี–ลพบุรี และภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่สระแก้ว โดยมักขึ้นตามเขาหินปูนเตี้ย ๆ (ระดับความสูงไม่มาก) ตรงนี้ช่วยให้เราเห็นภาพว่าเป็นพืชที่สัมพันธ์กับสภาพพื้นที่เฉพาะ ถ้าถิ่นอาศัยถูกรบกวนมาก ๆ โอกาสพบก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก สำหรับคนที่อยากทำความรู้จักแบบ “ดูแล้วจำได้” ลองใช้เช็กลิสต์สั้น ๆ เวลาเห็นต้นไม้ดอกขาวคล้ายโมก: - ดูทรงดอก: ดอกขาวเป็นหลอด กลีบเรียว ดูเนี้ยบและเด่น - ดูช่อดอกและความแน่น: บานแล้วให้ภาพรวมละมุนตา - สังเกตผล: ฝักยาว เมื่อแก่มีแนวแตก และมีเมล็ดพร้อมขน สุดท้าย สิ่งที่ทำให้โมกราชินีน่าจดจำไม่ใช่แค่ความสวยของดอกโมกราชินี แต่คือความหมายของการเป็น “พรรณไม้ถิ่นเดียวของไทย” และชื่อที่ตั้งเพื่อเทิดพระเกียรติฯ ถ้าใครมีโอกาสไปแหล่งเรียนรู้/สวนพฤกษศาสตร์ โดยเฉพาะสายที่ชอบถ่ายภาพดอกไม้ แนะนำให้ลองสังเกตดอกสีขาวบริสุทธิ์ของโมกราชินีแบบใกล้ ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงถูกยกให้เป็นพรรณไม้ล้ำค่าใต้ร่มพระบารมีจริง ๆ