🌿 จากเขม่าควันและป่าเสื่อมโทรม... สู่รอยยิ้มและผืนป่าที่หายใจได้อีกครั้ง ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ชโลมแผ่นดิน 💚

หากย้อนกลับไปในอดีต ภาพของเทือกเขาสูงชันในอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อาจเต็มไปด้วยร่องรอยของการบุกรุกทำลาย ปัญหายาเสพติดแนวชายแดน และหมอกควันไฟป่าที่บดบังแสงตะวัน... แต่วันนี้ ป่าต้นน้ำแห่งนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ราษฎรมีรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข และสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

ปาฏิหาริย์แห่งการพลิกฟื้นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ก่อกำเนิดจาก "ความรักและความห่วงใย" ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีต่อพสกนิกรและผืนป่าไทย พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงติดตามการดำเนินงาน ณ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ห้วยเมืองงาม และโครงการร้อยใจรักษ์ อย่างต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง

ทุกรอยพระบาทที่เสด็จฯ เยือน คือเข็มทิศนำทางให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้น้อมนำมาเป็นประทีปในการทำงานร่วมกับชุมชน...

💧 ครั้งที่ 1 (ปี 2561) "น้ำคือชีวิต อาชีพสุจริตคือเกราะคุ้มกันป่า"

ในการเสด็จฯ ครั้งแรก ทรงวางรากฐานการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ นั่นคือความยากจน ทรงพระราชทานแนวคิดว่า หากราษฎรมีอาชีพและกินดีอยู่ดี พวกเขาก็จะไม่ทำลายป่า ทรงเน้นย้ำให้กรมอุทยานฯ และราษฎรร่วมกันสร้าง "ฝายอนุรักษ์" และ "บ่อพวงสันเขา" ตามรอยพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำ เป็นปฐมบทแห่งการชุบชีวิตผืนป่าให้กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง

🛰️ ครั้งที่ 2 (ปี 2564) "จัดระเบียบแปลงทำกิน ดับไฟป่าด้วยนวัตกรรม"

ทรงต่อยอดการอนุรักษ์ด้วยการจัดการอย่างเป็นระบบ ทรงให้ความสำคัญกับการจัดทำแนวเขตพื้นที่ทำกินและป่าอนุรักษ์ให้ชัดเจน พร้อมทั้งนำนวัตกรรมยุคใหม่อย่างเทคโนโลยี 5G และโดรนมาช่วยในการเกษตร ทรงส่งเสริมการปลูกเห็ดใต้ป่าเพื่อสร้างรายได้ และทรงกำชับด้วยความห่วงใยให้ราษฎร "งดการเผาโดยเด็ดขาด" เพื่อปกป้องลมหายใจของทุกคน

🔥 ครั้งที่ 3 (ปี 2565) "สร้างพลังชุมชน และภาพจำที่สลักลึกในหัวใจผู้พิทักษ์ไพร"

ทรงรับฟังปัญหาด้วยพระเมตตา และทรงสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง เช่น การนำเศษวัสดุการเกษตรอย่างฟางข้าวและกะลากาแฟมาทำโรงเพาะเห็ด ลดการเผาทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ และที่หย่อมบ้านอาซู ทรงผลักดันให้เกิด "กองทุนไฟป่าครอบคลุม 24 หมู่บ้าน" ทำให้ชุมชนลุกขึ้นมาเป็นแนวหน้าในการปกป้องป่าของตนเอง

และในวันนั้นเอง... เกิดภาพความทรงจำที่ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของเจ้าหน้าที่ทุกคน เมื่อทรงพระราชทานอุปกรณ์ดับไฟป่า และ "ทรงร่วมทดลองใช้อุปกรณ์ดับไฟป่าด้วยพระองค์เอง" ภาพที่องค์ขัตติยนารี ทรงไม่ถือพระองค์ ทรงจับอุปกรณ์ที่หนักและตรากตรำพระวรกายเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ภาคสนาม... คือหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมใจให้ผู้พิทักษ์ป่าทุกคนมีแรงสู้ต่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

วันนี้... ผืนป่าแม่อายรอดพ้นจากวิกฤตหมอกควัน ราษฎรมีชีวิตที่มั่นคง และคนกับป่าสามารถกอดคอพึ่งพากันและกันได้อย่างแท้จริง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอให้คำมั่นว่า จะสืบสานพระราชปณิธานอันแน่วแน่ และจะสานต่องานอนุรักษ์ ดูแลพี่น้องราษฎรบนพื้นที่สูง เพื่อรักษาผืนป่าต้นน้ำแห่งนี้ให้คงความสมบูรณ์ เป็นมรดกของชาติสืบไป

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)

เรียบเรียง : PR DNP

#กรมอุทยานแห่งชาติ #น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ #ไฟป่า #อนุรักษ์ป่า #เชียงใหม่

6/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการศึกษาการฟื้นฟูป่าในเขตเหนือของไทย ผมพบว่าการบูรณาการระหว่างพระราชดำริที่ทรงมีต่อชุมชนและผืนป่า กับการนำนวัตกรรมมาช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผืนป่าแม่อายกลับคืนมาได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการตอกย้ำแนวคิดว่า "น้ำคือชีวิต" และการส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้ชุมชน เช่น การปลูกเห็ดใต้ป่า หรือทำเกษตรแบบไม่เผา ลดปัญหาไฟป่าได้จริง การที่ชุมชนเกษตรกรได้มีส่วนร่วมและมีความรู้ความเข้าใจในระบบนิเวศนั้นช่วยให้พวกเขารู้สึกผูกพันและรักษาผืนป่าอย่างเต็มใจมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้เครื่องมือทันสมัยอย่างโดรนและเทคโนโลยี 5G ในการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาการบุกรุก เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินได้รวดเร็ว ช่วยป้องกันหมอกควันได้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่ประทับใจมากคือภาพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงทดลองใช้อุปกรณ์ดับไฟป่าด้วยพระองค์เอง นับเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่และชุมชนผู้ปฏิบัติงานอย่างมาก เพราะแสดงถึงความเอาใจใส่และความหวังดีอย่างแท้จริง ท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ชุมชน และพระราชดำริ ที่พร้อมจะรักษาผืนป่าต้นน้ำไว้สำหรับคนเชียงใหม่และคนไทยรุ่นหลังอย่างยั่งยืน