🌧️ สวยแปลกตา สรรพคุณล้ำค่า พามารู้จัก "กระทือ" พรรณไม้ป่าแห่งฤดูฝน 🌿✨

เมื่อสายฝนโปรยปราย ผืนป่าก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ "กระทือ" หรือที่หลายท้องถิ่นเรียกกันว่า กระทือป่า กะแวน แสมดำ เฮียวแดง เฮียวดำ ฯลฯ พรรณไม้ทรงเสน่ห์ที่มักจะซ่อนตัวพักฟื้นในหน้าแล้ง และพร้อมใจกันแทงยอดอวดโฉมความงามอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

📌 ทำความรู้จัก "กระทือ" ไม้ล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง ส่วนเนื้อในสีเหลืองอ่อน ต้นจะขยายพันธุ์ด้วยเหง้าหรือหัว

ใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน รูปทรงเรียวยาวคล้ายหอก ปลายแหลม ท้องใบมักมีขนนุ่มๆ ปกคลุม

แทงช่อดอกออกมาจากเหง้าโดยตรง เป็นรูปทรงกระบอกสวยงาม มีใบประดับขนาดใหญ่สีเขียวแกมแดงเรียงซ้อนกันแน่นเป็นระเบียบ ส่วนตัวกลีบดอกจริงๆ เป็นสีขาวนวลอมเหลือง และจะค่อยๆ ทยอยบาน ส่วนผลของกระทือค่อนข้างกลม เมื่อแห้งจะแตกออก ภายในมีเมล็ดสีดำและมีเนื้อสีขาวบางๆ หุ้มอยู่

✨ นอกจากความแปลกตาของดอกแล้ว สรรพคุณทางยา... ยังดีงามตั้งแต่รากจรดใบ โดย "กระทือ" ยังถือเป็นสมุนไพรชั้นยอดที่มีประโยชน์ครบทุกส่วน ดังนี้ครับ

เหง้า เป็นยาบำรุงกำลังชั้นดี ช่วยเรียกน้ำย่อย ทำให้เจริญอาหาร แถมยังแก้อาการแน่นหน้าอกและแก้เสมหะเป็นพิษ ดอก ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย แก้โรคผอมแห้ง ผอมเหลือง แก้อาการไข้เรื้อรัง และช่วยแก้ลม ใบ มีประโยชน์มากสำหรับสตรีหลังคลอด ช่วยขับเลือดเน่าร้ายในเรือนไฟ

หน้าฝนนี้ หากใครมีโอกาสไปเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ลองก้มมองต่ำสังเกตตามพื้นดินดูนะครับ อาจจะได้พบกับความงามของ "ดอกกระทือ" ที่กำลังชูช่อรับน้ำฝนอยู่ก็ได้ 💚

📸 ที่มาข้อมูลและภาพ : อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น)

#ดอกกระทือ #อุทยานแห่งชาติภูเวียง #ขอนแก่น #กรมอุทยานแห่งชาติ #พรรณไม้ฤดูฝน

6/28 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเห็น “ดอกกระทือ” สีแดงสดโผล่จากพื้นดินชื้นแฉะในป่า แล้วสงสัยเหมือนกันว่า กระทือสรรพคุณช่วยเรื่องอะไรแน่ และใช้ส่วนไหนถึงจะเหมาะที่สุด จากที่เคยอ่านข้อมูลสมุนไพรไทยและคุยกับคนพื้นที่ เวลาพูดถึง “กระทือป่า” มักจะเน้นว่าเป็นพืชที่ใช้ได้หลายส่วน แต่ควรใช้ให้ถูกวิธีและพอดี 1) เหง้ากระทือ (ส่วนที่นิยมที่สุด) - โดยทั่วไปเหง้าถูกจัดว่าเป็น “ยาบำรุงกำลัง” และช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร เหมาะกับคนที่กินได้น้อย อ่อนเพลีย หรือรู้สึกแน่นท้องจากอาหารไม่ย่อย - ในตำรับพื้นบ้านยังใช้เพื่อช่วยเรื่องแน่นหน้าอก/เสมหะ (แนว ๆ ช่วยให้โล่งคอ โล่งอก) แต่ถ้าอาการหนักหรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจ/ปอด ควรพบแพทย์ก่อน 2) ดอกกระทือ - มักถูกกล่าวถึงในเรื่อง “บำรุงธาตุ” และใช้ในกลุ่มอาการซูบผอม อ่อนแรง หรือไข้เรื้อรังตามภูมิปัญญาเดิม - จุดที่หลายคนไม่รู้คือ ดอกจริงของกระทือจะออกสีขาวนวลอมเหลืองอยู่ด้านใน ส่วนที่เห็นเด่นแดง ๆ คือใบประดับ ทำให้ดอกกระทือดูแปลกตาและเป็นเอกลักษณ์มากเวลาแทงยอดขึ้นจากพื้นป่า 3) ใบกระทือ - ในความเชื่อดั้งเดิม ใบถูกพูดถึงมากกับการดูแลสตรีหลังคลอด เช่น ช่วยขับของเสีย/เลือดค้างในช่วงอยู่ไฟ (เป็นการใช้ตามวิถีพื้นบ้าน) - ถ้าเป็นคุณแม่หลังคลอดยุคนี้ แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน และอาจมีข้อห้ามร่วมกับยาที่ใช้อยู่ วิธีสังเกต “กระทือ” แบบเร็ว ๆ เวลาเจอในป่า - มักพบช่วงหน้าฝน บนพื้นดินที่ชื้น มีเศษใบไม้ทับถม - ช่อดอก/ใบประดับจะเป็นทรงกระบอกแน่น ๆ สีแดงสดหรือแดงอมชมพู โผล่พ้นดินขึ้นมา (บางครั้งเห็นเป็นดอกสีน้ำตาลอมแดงในระยะโรย) - ใบเป็นใบเดี่ยวสีเขียวเข้ม รูปเรียวยาวคล้ายหอก เรียงสลับ และท้องใบอาจมีขนนุ่ม ข้อควรระวังก่อนใช้เป็นสมุนไพร - อย่าเก็บจากพื้นที่อนุรักษ์หรืออุทยานแห่งชาติ เพราะผิดกฎและกระทบระบบนิเวศ - หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือกินยาละลายลิ่มเลือด/ยาประจำอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน - สมุนไพรไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป เริ่มใช้ปริมาณน้อย สังเกตอาการแพ้ (ผื่น คัน แน่นหน้าอก คลื่นไส้) ถ้ามีโอกาสไปเดินป่าหน้าฝน ลองก้มมองตามพื้นดินชื้น ๆ คุณอาจได้เห็นดอกกระทือสีแดงสดแทงยอดขึ้นมาท่ามกลางใบไม้แห้ง เป็นเสน่ห์ของ “พรรณไม้ป่าแห่งฤดูฝน” ที่เห็นแล้วจำไม่ลืมจริง ๆ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ fatcat
fatcat

ใช้กล้องของอะไรคะ ถ่ายสวยมาก