ทำไมฉากบางฉากถึงทำให้เราร้องไห้
ทั้งที่เรารู้มาตลอดว่า ”มันเป็นเรื่องแต่ง“ 😭📖

#ถอดรหัสสมองคนอ่านกับPr1meNumber EP.4 🧠

ทำไมฉากบางฉากถึงทำให้เราร้องไห้

ทั้งที่เรารู้มาตลอดว่า "มันเป็นเรื่องแต่ง"

วันก่อนมีคนคอมเมนต์หลังอ่านตอนล่าสุดของนิยายเรา

เธอเศร้ากับการจากไปของ "มายด์"

ทั้งที่มายด์ไม่ใช่มนุษย์

ไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง

และเป็นเพียงตัวละครในนิยายไซไฟเรื่องหนึ่ง

คำถามคือ...

ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่จริง

ทำไมเราถึงยังเจ็บ?

นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า

Narrative Transportation ✨

หรือการที่สมอง "ถูกพาเข้าไปอยู่ในเรื่องเล่า"

เมื่อเราอินกับเรื่องราวมากพอ

สมองจะลดการรับรู้ว่าเรากำลังอ่านตัวอักษรอยู่บนหน้าจอ

แล้วเริ่มประมวลผลเรื่องราวนั้นราวกับกำลังประสบมันด้วยตัวเอง

อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า

Emotional Contagion ✨

หรือการแพร่กระจายของอารมณ์

เวลาตัวละครกลัว

เราเริ่มเกร็ง

เวลาตัวละครสูญเสีย

เราเริ่มเจ็บ

เวลาตัวละครร้องไห้

บางครั้งเราก็ร้องตาม

แม้จะรู้ดีว่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง

แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ...

คนอ่านไม่ได้ร้องไห้เพราะ "มายด์ตาย"

คนอ่านร้องไห้เพราะสิ่งที่มายด์ "เลือก"

เธอเลือกเสียสละตัวเอง

เพื่อให้คนที่เธอรักมีชีวิตอยู่ต่อ

และการตัดสินใจแบบนั้น

มีความหมายไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับมนุษย์

หุ่นยนต์

AI

หรือแม้แต่ตัวละครที่ไม่มีอยู่จริงก็ตาม

บางที...

น้ำตาที่เราหลั่งให้ตัวละคร

อาจไม่ใช่เพราะเราหลงเชื่อว่าเขามีตัวตน

แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่เขาทำให้เราเกิดขึ้น

มีอยู่จริง

💬แล้วคุณล่ะ?

เคยร้องไห้ให้กับตัวละครตัวไหนมากที่สุด

ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่มีอยู่จริง?

อ้างอิง:

• Green, M. C. & Brock, T. C. (2000) – The Role of Transportation in the Persuasiveness of Public Narratives

• Green, M. C. (2004) – Transportation Into Narrative Worlds

• Green, M. C., Brock, T. C., & Kaufman, G. F. (2004) – Understanding Media Enjoyment

• Hatfield, E., Cacioppo, J. T., & Rapson, R. L. (1993) – Emotional Contagion

#นิยาย

#จิตวิทยา

#CognitiveScience

#NarrativeTransportation

#EmotionalContagion

#รหัสรักครั้งสุดท้าย

#Pr1meNumber

6/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อตอนอ่านนิยายหรือดูหนังแล้วรู้สึกน้ำตาไหลออกมา โดยที่รู้ว่ามันแค่เรื่องแต่งเท่านั้น หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงอินได้มากขนาดนั้น ปรากฏการณ์ที่ช่วยอธิบายเรื่องนี้คือ "Narrative Transportation" หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าสมองของเราถูกพาเข้าไปอยู่ในโลกของเรื่องเล่า ในประสบการณ์ส่วนตัว เวลาอ่านนิยายที่มีฉากเศร้า เช่น ตัวละครตัดสินใจเสียสละเพื่อคนที่รัก เราจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ สมองไม่เพียงแต่รับรู้ข้อความบนหน้าจอ แต่ยังประมวลผลความรู้สึกและสถานการณ์ในรูปแบบของความจริง ทำให้เราอินและเศร้าไปพร้อมกัน อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้อารมณ์ของตัวละครส่งผ่านมายังเราคือ "Emotional Contagion" หรือการแพร่กระจายของอารมณ์ เมื่อเห็นตัวละครร้องไห้หรือเจ็บปวด ร่างกายและใจของเราจะมีการตอบสนองเหมือนกับว่าเราเป็นคนที่เผชิญสถานการณ์นั้นจริงๆ จึงไม่แปลกที่น้ำตาของเราจะไหลตามได้แม้รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องแต่ง ในแง่มุมของ "Theory of Mind" หรือทฤษฎีที่อธิบายถึงการเข้าใจความคิดและความรู้สึกของผู้อื่น สมองเราไม่ได้ถามว่าตัวละครนั้นมีตัวตนจริงไหม แต่กลับให้ความสำคัญว่าความรู้สึกและการตัดสินใจของเขามีความหมายอย่างไร เรื่องราวที่สร้างสรรค์ความเสียสละ ความรัก หรือความเศร้าสร้างอารมณ์ที่จับต้องได้จริง เช่น กรณีของตัวละครมายด์ที่เลือกเสียสละตัวเองเพื่อคนที่รัก แม้เธอจะไม่มีตัวตน แต่น้ำตาที่เราหลั่งไห้สื่อถึงการรับรู้และเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกนั้นอย่างแท้จริง ดังนั้น การร้องไห้หรือเศร้ากับตัวละครในนิยาย ไม่ได้แปลว่าเราหลงเชื่อว่าพวกเขาคือคนจริง แต่เป็นเพราะ "ความรู้สึกที่ถูกปลุกขึ้นมา" จากเรื่องเล่าที่ส่งผ่านสมองและหัวใจของเราอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในมหัศจรรย์ของการอ่านและการสื่อสารผ่านศิลปะที่ทำให้เรื่องแต่งสร้างผลกระทบในโลกจริงได้อย่างน่าทึ่ง คุณเองเคยมีประสบการณ์ความรู้สึกแบบนี้กับตัวละครตัวไหนในนิยาย หรือภาพยนตร์บ้างไหม? ลองเล่าความทรงจำและความรู้สึกตอนนั้นดู อาจจะช่วยให้เข้าใจความหมายลึกซึ้งของอารมณ์ที่เราได้รับจากเรื่องแต่งได้มากขึ้นครับ