6/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำงานศิลปะไม่ใช่เรื่องง่าย การที่มือข้างหนึ่งต้องถือพู่กัน อีกข้างต้องถือจานสี หมายความว่าเราต้องทุ่มเททั้งใจและร่างกายในการสร้างงานแต่ละชิ้น บางครั้งก็ไม่มีเวลาหันไปสนใจสิ่งรอบข้างเพราะมัวแต่จดจ่อกับภาพในหัวและสีสันบนผืนผ้า งานศิลปะที่สร้างขึ้นแต่ละครั้งจึงมาจากความตั้งใจจริงและความหลงใหลในศิลปะอย่างแท้จริง ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่สนใจศิลปะ เรารู้สึกว่าการถือพู่กันกับจานสีคือสัญลักษณ์ของศิลปินที่ต้องบาลานซ์ระหว่างความคิดสร้างสรรค์และเทคนิค การวาดภาพไม่ได้แค่เพียงสร้างภาพสวยงาม แต่ยังสะท้อนความคิด รสชาติชีวิต และความรู้สึกส่วนตัวของศิลปิน ประโยค "มือข้างหนึ่งถือพู่กัน อีกข้างถือจานสี กะเลยบ่มีมือสิไปยื้อเขาเอาไว้" สื่อถึงว่าในช่วงเวลาสร้างสรรค์นั้น เราไม่สามารถปล่อยให้สิ่งอื่นมาขัดขวางหรือห้ามปรามความคิด เพราะถ้าใจไม่จดจ่อที่งาน ผลลัพธ์ก็จะไม่ดีเท่าที่ควร เป็นบทเรียนให้กับทุกคนที่รักการสร้างผลงานและพัฒนาตัวเองว่าความทุ่มเทและการมุ่งมั่นคือกุญแจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการลองใช้สีใหม่ๆ เทคนิคแปลกๆ หรือการค้นหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นส่วนที่เติมเต็มให้ศิลปินได้สร้างงานที่แตกต่างและมีชีวิตชีวา สุดท้าย การปล่อยใจให้เต็มที่กับงานศิลปะคือการปลดปล่อยความรู้สึกและเป็นการสื่อสารที่ดีที่สุดผ่านภาพวาดแต่ละชิ้น