ตะลุยกิน 7 ร้านอร่อยย่านวังหลัง ด้วยงบ 300 บาท
เมื่อนึกถึงคำว่า “กรุงเทพ” หลาย ๆ คนคงนึกถึงค่าครองชีพที่สูงลิ่ว การคมนาคมที่แน่นขนัด หรือ อาหารที่มีราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น แต่หารู้ไม่ว่า ณ ใจกลางเมืองกรุงเทพก็ยังมีแหล่งของกินเล็ก ๆ ที่รวบรวมอาหารหลากหลายชนิด ในราคาย่อมเยาว์รวมอยู่ในที่ที่เดียว นั่นก็คือ ”ตลาดวังหลัง“ นั่นเอง
โดยวันนี้พว กเราจะพาทุกคนไปใช้ชีวิตในวันหยุดให้คุ้มค่า โดยการตะลุยกินตะลุยเที่ยวในวังหลัง ด้วยงบ 300 บาท งบ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยว่า 300 บาท ที่ได้มา จะรอด?หรือร่วง?
เริ่มกันที่ร้านแรก “ร้านก๋วยเตี๋ยวคนไทย” ถึงจะชื่อร้านจะบอกว่าขายก๋วยเตี๋ยว แต่เมนูของร้านก็มีมากกว่าก๋วยเตี๋ยวค่ะ มีทั้งยำ ส้มตำ อาหารตามสั่ง ราคาแต่ละเมนูมีความสมเหตุสมผลแตกต่างกันไป ในวันนี้เราเลือกกินเป็น
“ก๋วยเตี๋ยวหมี่เหลืองต้มยำไม่ใส่ผัก” ในราคา 50 บาท
เอสโคล่า+น้ำแข็ง ในราคา 16 บาท
รวม 62 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 238 บาท
ในราคานี้ถือว่า อิ่ม อร่อย คุ้มค่า กำลังพอดีเลยค่ะ
มาต่อกันที่ร้านที่สอง “ร้านไส้กรอกนายหัวล้าน” อาจจะดูเหมือนร้านไส้กรอกอีสานธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้สะดุด ตา คือป้าย “คนท้องกินฟรี วันละ 2 ไม้” ถือว่าเป็นโปรโมชั่นที่พบเห็นได้ยากในร้านอาหารค่ะ ในร้านนี้เราซื้อเป็น
“ไส้กรอกอีสานรสเปรี้ยว” 2 ไม้ ในราคาไม้ละ 15 บาท
รวม 30 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 208 บาท
รสชาติที่ไม่ได้เปรี้ยวปรี๊ดจนเข็ดฟัน เป็นอาหารว่างที่ถือไปเดินกินไปเพลิน ๆ ระหว่างไปร้านที่ 3 ได้เลยค่ะ
เดินมาอีกนิดก็ถึงร้านที่สาม “ชาดีเมืองตรัง“ ร้านที่ถ้าไม่สังเกตอาจะมองผ่านได้ง่ายค่ะ แต่ถ้าได้สังเกตุเห็นแล้ว ให้รู้ไว้เลยว่า เราพบขุมทรัพย์แล้วค่ะ เพราะไส้กรอกอีสานที่มีรสจัดจ้านเลยต้องการน้ำเย็น ๆ ชื่นใจมาช่วยเบรกรสชาติร้อนแรงของพริกที่กินแกล้ม เราจึงสั่ง
”นมเย็น“ 1 แก้ว ในราคา 25 บาท
รวม 25 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 183 บาท
น้ำอร่อย รสชาติหวานมัน ไม่หวือหวา แต่เพราะคุณป้าคนขายน่ารัก เลยทำให้รู้สึกเหมือนได ้กลับบ้านไปกินน้ำที่แม่ชงให้
มีคำกล่าวที่ว่า กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ พวกเราจึงเดินมาถึงร้านที่สี่ “ร้านขนมไทยยายปู“ มีให้เลือกละลานตา รูปลักษณ์ภายนอกเกินราคา 10 บาทไปมาก พวกเราเลยตัดสินใจเลือกซื้อ
”ตะโก้หน้าข้าวโพดและตะโก้หน้ามะพร้าว” ในราคาชิ้นละ 10 บาท
รวม 20 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 163 บาท
หวาน มัน อร่อย หน้าตาดี คุ้มค่าเกินราคา รีวิวสั้น ๆ ให้ร้านนี้เลยค่ะ
กินครบทั้งของคาว ของหวาน ของหวาน น้ำเย็น ๆ จนเริ่มอิ่ม ร้านที่ห้าจึงเป็นอาหารที่สามารถซื้อกลับไปทานที่บ้านได้อย่าง “ร้านหมูทอดชาววัง“ เป็นอีกของชื่อดังในวังหลังที่พูดชื่อแล้วหลายคนต้องอ่อ แพคเกจที่ถือสะดวกเหมาะสำหรับการซื้อกลับไปทานที่บ้านเป็นอาหารอีกมื้อถ้าหิวขึ้นมาอีกครั้งเราเลยซื้อ
”หมูทอดชาววัง“ 1 ขีด ในราคาขีดละ 50 บาท
”ข้าวเหนียว“ 1 ห่อ ในราคา 10 บาท
รวม 60 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 103 บาท
แม้ราคาอาจจะดูสูงไปสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับรสชาติหวานชุ่มฉ่ำก็ไม่รู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อเลยสักนิดค่ะ
พอออกมาเดินรอบนอกก็ได้พบเข้ากับร้านดัง ”ร้านขนมถังแตกป้าติ๋ม“ ร้านที่หกของเรา จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปลองชิม เพื่อพิสูจน์ว่าอร่อยตามคำร่ำลือหรือไม่ โดยไส้ที่เลือกคือ
”ถังแตกไส้มะพร้าว“ 1 ชิ้น ในราคา 25 บาท
”ถังแตกไส้สังขยา“ 1 ชิ้น ในราคา 25 บาท
รวม 50 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 53 บาท
แป้งหอม ทำสดใหม่ กินตอนอุ่น ๆ ช่วยเติมน้ำตาลให้ร่างกายที่เดินเหนื่อย ๆ ได้ดี
เมื่อเดินทางมาใกล้ถึงทางออกตลาด ก็โดนกลิ่นทอดมันหอม ๆ เรียกดักไว้สะก่อน ร้านที่หก ร้านสุดท้ายของเราจึงเป็น “ร้านทอดมัน“ เป็นร้านที่ไม่มีชื่อร้าน ไม่มีป้ายร้าน ชัดเจน แต่เป็นร้านที่คนแวะเวียนมาซื้อไม่ขาดสาย จึงอดใจไม่ได้ที่จะลอง
”ทอดมันพร้อมน้ำจิ้ม“ 1 ชุด ในราคาชุดล่ะ 50 บาท
รวม 50 บาท
ยอดเงินคงเหลือ 3 บาท
เป็นร้านที่เกินคาดมาก เพียงเพราะถูกกลิ่นหอมแตะเข้าจมูกชั่วครู่ ก็ทำให้ได้ค้นพบร้านที่อร่อยจนเรียกได้ว่าเป็นการปิดทริปที่สวยงาม
ในตอนแรกเราขอสารภาพว่าเงิน 300 บาทเป็นจำนวนที่น้อยมากหากจะนำมาเที่ยวในกรุงเทพ แต่ตลาดวังหลังทำให้รู้แล้วว่าเราคิดผิด จากที่กดดันว่าเราจะใช้จ่ายยังไงให้พอ อิ่ม และอร่อย ถูกเปลี่ยนเป็น จะใช้ยังไงให้ได้ครบ 300 บาท เพราะเราอิ่มและอร่อยไปทั้งแต่ 4 ร้านแรก ทำให้ใน 3 ร้านหลังเรายังสามารถซื้อกลับไปกินที่บ้านได้อีกมื้อ การมาใช้เวลาในวันหยุดที่วังหลังของเราและเพื่อน ๆ ได้เปลี่ยนภาพมองของกรุงเทพได้มาก
บทสรุปของภารก ิจนี้ ”ตะลุยกิน 7 ร้าน
อร่อยย่านวังหลัง ด้วยงบ 300 บาท“
ใช้ไปทั้งหมด 297 บาท คงเหลือ 3 บาท ถือว่าภารกิจสำเร็จค่ะ
ตลาดวังหลังถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่คนรักการกินและนักท่องเที่ยวสายประหยัดไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะมีอาหารหลากหลายเมนูราคาไม่แพงแล้วยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองและกลิ่นอายของชุมชนเก่าแก่ในกรุงเทพมหานคร นอกจากร้านก๋วยเตี๋ยวคนไทยที่ขายเมนูหลากหลายตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยวหมี่เหลืองต้มยำจนถึงส้มตำและยำรสจัด ร้านไส้กรอกนายหัวล้านที่มีโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับคนท้อง ถึงแม้จะเป็นร้านธรรมดาแต่รสชาติของไส้กรอกอีสานรสเปรี้ยวนั้นจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง จะขาดไม่ได้กับร้านชาดีเมืองตรัง ที่เมนูนมเย็นรสหวานมันกำลังพอดีเหมาะกับเบรกคนชอบรสชาติกลมกล่อม ในขณะที่ร้านขนมไทยยายปู มีขนมหวานท้องถิ่นอย่างตะโก้หน้าข้าวโพดและหน้ามะพร้าวราคาชิ้นละ 10 บาท ที่ทั้งรสชาติและหน้าตาก็ดีเกินราคาเหมาะสำหรับคนหวานน้อย หมูทอดชาววังและข้าวเหนียวที่ซื้อกลับบ้านได้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากพกพาความอร่อยกลับบ้าน รสชาติหวานฉ่ำของหมูทอดยังคงทำให้หลายคนต้องนึกถึง นอกจากนี้ร้านขนมถังแตกป้าติ๋ม ร้านถังแตกไส้มะพร้าวและสังขยารสกลมกล่อมก็นับเป็นของว่างที่เติมพลังได้ดีหลังเดินเที่ยวเหนื่อย ๆ ปิดท้ายด้วยร้านทอดมันที่แม้ไม่มีชื่อแต่โดดเด่นด้วยรสชาติและกลิ่นหอมชวนชิม ทำให้การตะลุยกิน 7 ร้านอร่อยในตลาดวังหลังนี้กลายเป็นทริปยอดฮิตสำหรับคนอยากสัมผัสความอร่อยราคาเข้าถึงง่ายในกรุงเทพ มาที่นี่ได้ทั้งความอิ่มท้องและความประทับใจในวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านที่มีเสน่ห์ บอกได้เลยว่างบ 300 บาทของคุณจะคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน แนะนำให้เตรียมตัวมาชิมอย่างเต็มที่และไม่ควรพลาดที่จะเดินชมตลาดวังหลังพร้อมจับจ่ายสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ แหล่งชุมชนเก่าที่อุดมไปด้วยเสน่ห์และรสชาติของกรุงเทพฯ ที่คุณจะได้สัมผัสอย่างแท้จริง








โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕