Replying to @tanyayatan19
เตายี่ห้อ RIMA ค่า ใช้ดี ใช้ง่ายและทนทานมากมากค่า คุณแม่ได้มาเป็นของขวัญแต่งงานก่อนแพรเกิดอีกค่า ไม่เคยเสีย หรือ พังเลย แพรลองกดหามันยังมีเตาคล้ายๆกันแบบนี้ขายอยู่นะคะ 🥰
หลายคนเสิร์ชหา “เตา RIMA” เพราะอยากรู้ว่ามันดีจริงไหม/ยังหาซื้อได้หรือเปล่า เราขอแชร์แบบบ้าน ๆ จากประสบการณ์ที่บ้านใช้อยู่ (เป็นเตารุ่นคลาสสิกที่คุณแม่ได้มานานมาก) เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ สิ่งที่ชอบของเตา RIMA คือความ “ใช้ง่ายและอึด” โครงเตาแน่น ๆ เปิด-ปิด วางหม้อ วางกระทะแล้วรู้สึกมั่นคง ไม่ก๊องแก๊ง ทำกับข้าวทุกวันก็ยังไหว จุดไฟ/ปรับไฟก็ไม่จุกจิก เหมาะกับคนที่อยากได้เตาไว้ทำครัวแบบจริงจังหรือบ้านที่ทำอาหารบ่อย ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ (โดยเฉพาะถ้าจะหามือสองหรือรุ่นใกล้เคียง) แนะนำเช็ก 5 อย่างนี้ค่ะ 1) สภาพหัวเตา/รูไฟ: ดูว่ารูไฟตันไหม มีคราบดำหนา ๆ หรือบิดเบี้ยวหรือเปล่า 2) สวิทช์/ปุ่มหมุน: หมุนแล้วลื่นไหม ปรับไฟได้ละเอียดหรือกระโดด ๆ 3) การรั่วของแก๊ส: ได้กลิ่นแก๊สผิดปกติไหม (ถ้าไม่มั่นใจให้ช่างช่วยเช็ก) 4) ฐานเตาและขาตั้ง: ต้องไม่โยก วางหม้อหนักแล้วไม่เอียง 5) อะไหล่และการทำความสะอาด: รุ่นเก่า ๆ บางทีอะไหล่หายาก เลือกแบบที่ถอดล้างได้จะดูแลง่ายค่ะ วิธีหาซื้อเตา RIMA ตอนนี้ เราเคยลองกดหาแล้วเจอทั้ง “เตา RIMA” และเตาที่ “ทรง/หน้าตาคล้ายกัน” ในมาร์เก็ตเพลสและร้านเครื่องครัวบางร้าน แนะนำลองใช้คีย์เวิร์ดประมาณนี้เวลาค้นหา: เตา RIMA, เตาแก๊ส RIMA, เตา RIMA รุ่นเก่า, หรือเตาแก๊สทรงวินเทจ/ทรงคลาสสิก แล้วดูรูปเทียบกับของเดิมค่ะ (บางร้านจะลงรูปใกล้เคียงแต่ชื่อรุ่นไม่ตรง) ทริคการดูแลให้ใช้ได้นานแบบบ้านเรา: เช็ดคราบหลังทำอาหารทุกครั้ง, ถอดหัวเตาล้างเป็นระยะ, อย่าปล่อยให้น้ำล้นลงหัวเตาบ่อย ๆ และถ้าไฟเริ่มไม่สม่ำเสมอให้เช็กคราบอุดตันก่อนเปลี่ยนอะไหล่ค่ะ ถ้าใครกำลังลังเล เตา RIMA เหมาะกับคนที่เน้นความทน ใช้ยาว ๆ มากกว่าเน้นดีไซน์ใหม่ ๆ แต่ถ้าเจอสภาพดีในราคาสมเหตุสมผล ถือว่าน่าลองเลยค่ะ



































































