วงการวิชาการและสังคมไทยสูญเสียบุคคลสำคัญ “ศ.นพ.ประเวศ วะสี” ราษฎรอาวุโส หมอนักคิดนักปฏิรูป และเจ้าของรางวัลแมกไซไซ ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี ทิ้งผลงานและแนวคิดด้านการพัฒนาสังคม การปฏิรูปประเทศ และคุณธรรมไว้เป็นมรดกทางปัญญา 🤍การที่อาจารย์หมอประเวศ วะสี จากไปคราวนี้ ยิ่งกว่าต้นไม้ใหญ่ล้ม เพราะอาจารย์ประเวศไม่ใช่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นแพทย์ที่รักษาสังคมทั้งหมดก็ว่าได้ อาจารย์ประเวศอุทิศตัว และสั่งสอนศิษยานุศิษย์ รวมทั้งเขียนข้อความต่าง ๆ  ให้คนร่วมสมัยเห็นว่า ความทุกข์ของมนุษย์นั้นไม่ใช่เป็นความทุกข์ส่วนตัวเท่านั้น เป็นความทุกข์ของสังคมด้วย เป็นความทุกข์ที่เกิดจากการเมืองอันไร้ประสิทธิภาพด้วย อาจารย์ประเวศอุทิศตัว แม้หลายครั้งหลายคราจะถูกกล่าวหาด้วยประการต่าง ๆ ก็ไม่หวั่นไหวพรั่นพรึง มีความกล้าหาญ ทำการงานทุกอย่างเพื่อสังคม ที่สำคัญคือ อุดหนุนให้เกิดมูลนิธิเด็ก และมูลนิธิเด็กนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่ชี้เห็นว่า เอาความรักมาประยุกต์ใช้ได้ในสังคม อาจารย์ประเวศยังเป็นผู้ซึ่งมีความสมถะ ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง ทางการบ้านการเมือง ไม่ต้องการสะสมสมบัติ ทำการงานต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยแท้ #อาลัยศ .เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ปราชญ์แห่งแผ่นดิน กับการเชื่อมวิทยาศาสตร์ สังคม และพุทธธรรมเข้าด้วยกัน🙏🩶🤍🇹🇭

1/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะผู้ติดตามผลงานและแนวคิดของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี มานาน ผมเชื่อว่าการจากไปของท่านไม่ใช่แค่ความสูญเสียของวงการแพทย์เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในมุมมองการพัฒนาสังคมของประเทศไทยด้วย ผลงานของอาจารย์ประเวศไม่ใช่แค่คำสอนเชิงทฤษฎี แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การริเริ่มก่อตั้งมูลนิธิเด็กที่เน้นการดูแลและพัฒนาเยาวชนในสังคม จนถึงการเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศที่ผสานทั้งวิทยาศาสตร์และพุทธธรรมเข้าไว้ด้วยกัน ความกล้าหาญของท่านในการยืนหยัดทำงานเพื่อสังคมแม้จะเผชิญกับคำวิจารณ์ ถือเป็นแรงบันดาลใจให้หลาย ๆ คนลุกขึ้นมาปรับปรุงสังคมของเรา อีกทั้งความเรียบง่ายและสมถะของอาจารย์ประเวศจึงเป็นแบบอย่างทางจริยธรรมที่ยากจะหาได้ในยุคปัจจุบัน ท่านเน้นการสร้างคุณค่าและประโยชน์ส่วนรวมเหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญให้เราทุกคนหันมาทบทวนบทบาทของตนในสังคม ผมเคยมีโอกาสอ่านงานเขียนของท่านที่แสดงให้เห็นว่า "ความทุกข์ของมนุษย์ไม่ใช่เป็นความทุกข์ส่วนตัวเท่านั้น แต่เป็นความทุกข์ของสังคม ซึ่งมักเกิดจากความบกพร่องของการเมืองและโครงสร้างสังคม" นี่คือมุมมองที่เปิดโลกทัศน์ในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่เราต้องการมากในยุคนี้ สุดท้าย การที่เราได้รำลึกถึงท่านและถ่ายทอดแนวคิดของท่านต่อคนรุ่นใหม่ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้มรดกทางปัญญาของท่านยังคงอยู่ สร้างแรงขับเคลื่อนให้กับการพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต