พะโล้คากิแบบบ้านๆค่ะ
พะโล้คากิเป็นเมนูที่ดูเหมือนยาก แต่จริงๆ “ต้มพะโล้คากิ” แบบบ้านๆ ทำได้ไม่ซับซ้อนเลยค่ะ จุดสำคัญคือทำให้คากินุ่มและน้ำพะโล้หอมเข้มข้นแบบกลมกล่อม 1) เตรียมคากิให้ไม่มีกลิ่น ส่วนตัวจะล้างคากิด้วยน้ำเกลือก่อน 1 รอบ แล้วลวกน้ำเดือดใส่ขิงทุบกับต้นหอม (หรือแค่ขิงก็ได้) ประมาณ 3–5 นาที จากนั้นเทน้ำทิ้งแล้วล้างอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยลดกลิ่นและคราบมันได้ดี พอเอาไปต้มพะโล้ น้ำจะใสและหอมกว่า 2) เคล็ดลับให้นุ่มไว (แต่ไม่เละ) ถ้ามีเวลา แนะนำให้ต้มคากิกับน้ำเปล่าไฟอ่อนๆ ก่อน 20–30 นาที แล้วค่อยเอาไปลงหม้อพะโล้ จะช่วยให้เนื้อนุ่มเร็วและน้ำพะโล้ไม่ขุ่นค่ะ ถ้าใช้หม้อแรงดันก็ยิ่งสะดวก—กดประมาณ 15–20 นาทีแล้วค่อยปรุงน้ำพะโล้ต่อให้เข้าเนื้อ 3) น้ำพะโล้แบบบ้านๆ (ปรุงง่าย) เครื่องหลักๆ ที่ทำให้หอมคือ โป๊ยกั๊ก อบเชย พริกไทย กระเทียม และผงพะโล้/เครื่องพะโล้สำเร็จรูปเล็กน้อย บางบ้านจะเติมรากผักชีด้วยยิ่งหอมค่ะ สำหรับรสชาติ เราจะได้ความเค็มหวานกลมกล่อมจากซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ (ช่วยเรื่องสี) และน้ำตาลปี๊บ/น้ำตาลทรายแดง 4) วิธีต้มให้เข้าเนื้อ หลังผัด/เคี่ยวเครื่องให้หอม เติมน้ำแล้วใส่คากิลงไป ต้มไฟกลางจนเดือด จากนั้นหรี่ไฟอ่อน เคี่ยวต่ออย่างน้อย 45–90 นาที (แล้วแต่ขนาดคากิ) ระหว่างต้มคอยช้อนฟองและมันส่วนเกินออก น้ำพะโล้จะสวยและไม่เลี่ยนค่ะ 5) อยากได้สีสวยแบบร้านทำยังไง ถ้าชอบน้ำพะโล้สีเข้มแบบน่ากิน ให้ใส่ซีอิ๊วดำแบบหวานนิดหน่อย แต่ใส่ทีละน้อยแล้วชิมเอา เพราะบางยี่ห้อเค็ม/หวานต่างกัน ส่วนตัวชอบให้สีเข้มแต่รสไม่หวานจัด 6) กินคู่กับอะไรอร่อย พะโล้คากิอร่อยมากกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะทำไข่พะโล้ใส่ไข่ต้มเพิ่มก็ได้ ต้มไปสักพักให้ไข่ดูดน้ำพะโล้เข้าไป จะหอมและเข้มข้นขึ้นอีก 7) เก็บไว้กินวันถัดไป เมนูนี้ยิ่งอุ่นยิ่งอร่อยค่ะ แช่ตู้เย็นไว้แล้วอุ่นวันรุ่งขึ้น น้ำพะโล้จะเข้าเนื้อคากิมากกว่าเดิม ถ้าน้ำงวดก็เติมน้ำร้อนนิดหน่อยแล้วปรุงชิมใหม่ ใครกำลังหาเมนู “พะโล้คากิ” หรืออยากลอง “ต้มพะโล้คากิ” ครั้งแรก ลองทำตามแนวบ้านๆ นี้ได้เลยค่ะ เน้นล้างดีๆ เคี่ยวไฟอ่อน และชิมปรับรสระหว่างทาง รับรองได้คากินุ่มๆ น้ำพะโล้หอมๆ กินเพลินแน่นอน
