690214 ลพบุรีจัดกิจกรรมแต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรสวันแห่งความรัก

รักนิรันดร์ ณ วังนารายณ์! จังหวัดลพบุรีจัดกิจกรรม “แต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรสวันแห่งความรัก” คู่รักทั้งชายหญิง และคู่รักสมรสเท่าเทียม 15 คู่ ร่วมจดทะเบียนในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชประจำปี 2569 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างหวานชื่น

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าตึกเขียว ในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม "แต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรส" ในวันแห่งความรัก คู่รักทั้งชายหญิง และคู่รักสมรสเท่าเทียม 15คู่ โดยจะมีการตั้งขบวนแห่ขันหมาก ของฝ่ายเจ้าบ่าวแต่งชุดไทยอย่างสวยงาม พร้อมทั้งขบวนชาติพันธุ์ได้เดินแห่จากจากเทวสถานปรางค์แขก เข้าสู่ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ บริเวณหน้าตึกเขียว ที่มีการจัดรูปแบบตามขนบธรรมเนียมของไทย ซึ่งนับว่าเป็นแห่งเดียวของไทยที่จัดให้มีการจดทะเบียนสมรสภายในพระราชวังเก่าที่มีอายุกว่า 300 ปี รวมทั้งได้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ยังคงมีความสมบูรณ์

ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นกิจกรรมหนึ่ง ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริม ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลพบุรี และเป็นการส่งสริมความสัมพันธ์ที่ดี แก่สถาบันครอบครัว โดยได้กำหนดคอนเช็ปต์ในการจัดกิจกรรม คือ นุ่งโจง ห่มสไบ แต่งชุดไทย จดทะเบียนสมรสวันแห่งความรัก มีคู่สมรสที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 15 คู่ โดยปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ประเทศไทยได้มีการปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายสมรสเท่าเทียม มุ่งส่งเสริมคุณค่าความรักให้เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเสมอภาคโดยมีคู่ สมรสเท่าเทียม ชาย-ชาย หญิง-หญิง จำนวน 2 คู่ มีผลตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา คู่รักที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ นอกจากจะมีภาพแห่งความทรงจำที่ดี เพราะได้จดทะเบียนสมรสในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคล การจดทะเบียนสมรสในวันนี้ จะส่งผลให้ครอบครัวของคู่สมรสเกิดความรัก ความอบอุ่น มีความมั่นคง และที่สำคัญเป็นการเตรียมความพร้อมในการมีสมาชิกใหม่ และ ความสุขของ คู่สมรสอีกด้วย โดยมีนายอำเภอเมืองลพบุรี เป็นผู้รับจดทะเบียน และผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเป็นผู้มอบทะเบียนสมรสให้อีกด้วย

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมแต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรสเป็นกิจกรรมหนึ่ง ในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2569 ทั้งนี้เป็นการส่งเสริมฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีแก่สถาบันครอบครัว อันเป็นรากฐานที่มั่นคง และสำคัญของสังคมไทย ซึ่งในวันนี้เป็นวันแห่งความรัก นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดียิ่ง เป็นการเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างความรัก สร้างฐานะครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น มั่นคงเชื่อได้ว่าชีวิตการครองเรือนของคู่สมรสจะประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง และประสบความสำเร็จในชีวิตการครองเรือน ตลอดไป

2/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการจัดกิจกรรม "แต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรสวันแห่งความรัก" ที่จังหวัดลพบุรี ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการรื้อฟื้นและส่งเสริมประเพณีไทยอันทรงคุณค่าที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทยอย่างลึกซึ้ง ด้วยการนุ่งโจง ห่มสไบ และแต่งชุดไทยแบบโบราณ คู่รักที่เข้าร่วมจึงได้สัมผัสถึงความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ของการแต่งงานในบริบทดั้งเดิมอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยได้ร่วมงานแต่งงานในบรรยากาศที่มีองค์ประกอบแบบไทยดั้งเดิมแบบครบครัน สิ่งที่ทำให้บรรยากาศดูพิเศษและน่าจดจำคือความใส่ใจในรายละเอียด เช่น การจัดขบวนขันหมาก การแต่งกาย การใช้เพลงไทยพื้นบ้าน รวมทั้งพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณีที่ถูกต้องตามโบราณ นอกจากความหวานชื่นของคู่รักแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยและเชื่อมโยงความรักสู่ครอบครัวอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดโอกาสให้คู่รักสมรสเท่าเทียมทั้งชาย-ชายและหญิง-หญิงได้มีโอกาสจดทะเบียนสมรส พร้อมทั้งได้ร่วมกิจกรรมนี้ในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ถือเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความหลากหลายทางความรัก ซึ่งช่วยให้ครอบครัวและสังคมมีความอบอุ่นและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น งานนี้ยังเป็นโอกาสดีของนักท่องเที่ยวที่จะได้เข้าชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่ยังคงอนุรักษ์อย่างดีเยี่ยม พร้อมชมการสืบสานขนบธรรมเนียมไทย โบราณ รวมทั้งเสริมสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในจังหวัดลพบุรี การใช้ภาพของ "ใบสําคัญการสมรส" ที่ได้รับในงาน ยังสร้างความทรงจำอันล้ำค่าที่คู่รักจะเก็บไว้ตลอดชีวิตอีกด้วย สรุปแล้วกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมความรักในวันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและสิทธิความเท่าเทียมในสังคมไทยที่ก้าวหน้าอย่างแท้จริง เป็นตัวอย่างของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและคุณค่าให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้อย่างแท้จริง