เล่าต่อ EP.2 แฟนตรวจเจอมะเร็ง 2ที่ในวัย 39😱

หลังจากตัดชิ้นเนื้อแล้วผลออกมาว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก

แล้วมะเร็งต่อมน้ำเหลืองรู้จากอะไร หมอบอกว่า MRI

แล้วไม่เจอก้อนเนื้อ แต่คลำดูที่คอถึงจะเจอว่ามีก้อนอยู่

เริ่มการรักษาด้วยการให้คีโมก่อนทั้งหมด 6 Cycle จะให้ทางเส้นเลือดดำ โดยเดินน้ำเกลือก่อน 1ขวดและตามด้วยยาคีโม และปิดท้ายด้วยน้ำเกลืออีก 1ขวด ให้แบบ 2สัปดาห์ เว้น 1สัปดาห์

หลังจากจบ 3Cycle หมอให้ MRI ผลออกมาว่าก้อนไม่ค่อยยุบลงเลย

หมอเลยวางแผนว่าให้ทั้งคีโมและฉายแสงไปพร้อมกัน

แต่พอให้คีโมเข็มแรก ของ Cycleที่ 4 ผลตรวจเลือดออกมาว่าค่าไตมีปัญหา สูงไป 3เท่า ต่ำกว่า 20 ต้องหยุดให้คีโมโดยด่วน และให้น้ำเกลือแทนเพื่อให้ค่าไตกลับมาปกติ ไม่เช่นนั้นสามารถเกิดไตวายเฉียบพลันได้เลย จึงต้องหยุดการให้คีโมแค่เท่านี้ และไปฉายแสงต่อแทน

อาการในระหว่างที่ให้ยาคีโม มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหม็นอาหาร ไม่อยากอาหาร เวียนหัว แค่เห็นอาหารก็พร้อมที่จะอาเจียนได้ตลอดเวลา ค่อนข้างที่จะแพ้มาก ตอนนั้นคือแฟนไม่สามารถกินข้าวที่

โรงพยาบาลได้เลย กินได้แค่น้ำผลไม้ กับผลไม้นิดหน่อย

พอเริ่มจะกินได้ อาหารที่อยากกินคือก้อยคั่วสุก 😂

ทั้งที่ปกติไม่ค่อยกิน กินของแปลกเหมือนคนท้อง

อยากจะบอกว่าวันที่ให้คีโมครั้งสุดท้าย คือวันที่แผ่นดินไหว 28/03/68 นั่นเอง และเรากับแฟนและพ่อแม่แฟนอยู่ชั้น 14

คือผู้ประสบภัยขั้นสุด แฟนคือแบบยาก็ต้องให้ หนีลงข้างล่างก็ต้องลง พยาบาลคือช่วยกันสุดพลัง เข็นรถเข็นจากชั้น 14ลงชั้น1

คือสุดยอดมากจริงๆค่ะ ต้องยกย่องความดีความชอบให้เลยค่า👍🏻

จบการให้คีโมแล้ว EPหน้ามาเล่าต่อความคืบหน้านะคะ #แพ้คีโม #คีโม #มะเร็ง #มะเร็งต่อมน้ําเหลือง #มะเร็งหลังโพรงจมูก

2025/10/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์รักษามะเร็งในวัยเพียง 39 ปี พบว่ามะเร็งไม่ได้จำกัดแค่คนสูงอายุเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดในคนที่ยังดูสุขภาพดีอยู่ได้เลย ซึ่งโรคนี้ส่งผลต่อชีวิตและร่างกายอย่างมากระหว่างกระบวนการรักษาที่ต้องให้คีโมและฉายแสงพร้อมกัน ในเคสนี้ หลังจากตัดชิ้นเนื้อและตรวจด้วย MRI พบว่ามีมะเร็งหลังโพรงจมูกและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง แม้ในบางครั้งก้อนเนื้อจะไม่ชัดเจนและตรวจเจอจากการคลำที่คอ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เหมาะสมเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง การรักษาด้วยคีโมที่ต้องให้ผ่านทางเส้นเลือดดำจำนวน 6 รอบ โดยทำในรอบที่เว้น 1 สัปดาห์และให้ยาเคมีบำบัดผสมกับน้ำเกลือนั้น ใช้เวลานานและส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายหลายด้าน เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เหม็นอาหาร และไม่อยากอาหารอย่างรุนแรง จนบางครั้งผู้ป่วยรับประทานอาหารได้เพียงน้ำผลไม้กับผลไม้เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก ในบางรอบของคีโม ยังพบภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง เช่น ปัญหาค่าไตสูงซึ่งเสี่ยงต่อไตวายเฉียบพลัน จึงต้องหยุดยาคีโมและให้การรักษาด้วยน้ำเกลือแทน เพื่อฟื้นฟูการทำงานของไตก่อน ซึ่งแสดงถึงความละเอียดอ่อนและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ สิ่งที่สะเทือนใจในเรื่องนี้คือวันที่ให้คีโมครั้งสุดท้ายตรงกับวันที่เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งผู้ป่วยและครอบครัวต้องเผชิญกับความกลัวและความไม่สะดวกมากมาย แต่ได้รับการช่วยเหลือจากพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อย่างสุดกำลังและมีน้ำใจ จนสามารถผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงนั้นไปได้ ถ้าคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับมะเร็ง อยากให้รู้ว่าการตรวจเจอเร็วและการรักษาทันเวลามีความสำคัญมาก พร้อมทั้งการดูแลสุขภาพใจและรอบตัวก็ช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูได้ดีขึ้น สุดท้ายนี้ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่ต่อสู้กับโรคร้ายนี้ ให้มีความเข้มแข็งและมีหวังในการรักษาต่อไป บอกเลยว่า... โรคนี้มันไม่จากัดอายุ! การใส่ใจสุขภาพและตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญมากสำหรับทุกคน

8 ความคิดเห็น

รูปภาพของ OJO "
OJO "

อาหารการกินดูแลยังไงบ้างคะ แฟนเราเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกเหมือนกัน + ไตวายเรื้อรังค่า🥺

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Na Cha
Na Cha

อาการก่อนตรวจพบเป็นไงบ้างค่ะ

ดูเพิ่มเติม(3)