ครม. เคาะเยียวยาเต็มที่ จนท. เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่เห็นชอบ 10 ล้าน พลเรือน 8 ล้านบาท ในมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีกัมพูชาโจมตีประเทศไทย
วันนี้ (5 สิงหาคม 2568) นาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (5 สิงหาคม 2568) มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
1. เห็นชอบหลักเกณฑ์ให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์ สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา นับตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2568 จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ หากมีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม ให้หน่วยงานขอรับการจัดสรรงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป
2. เห็นชอบกรอบอัตราเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ (ต่อราย) ดังนี้
- เจ้าหน้าที่รัฐ (เช่น ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตชด.) เสียชีวิตและทุพพลภาพ 10 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 1 ล้านบาท บาดเจ็บมาก 5 แสนบาท
- ประชาชน เสียชีวิตและทุพพลภาพ 8 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 8 แสนบาท บาดเจ็บมาก 4 แสนบาท
3. เห็นชอบกรอบวงเงินงบฯ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์ สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา (วันที่ 16 ก.ค. - 2 ส.ค. 2568) จำนวน 404.60 ล้านบาท โดย (1) เบิกจ่ายจากงบกลางฯ เพื่อแก้ไขหรือเยียวยาความเดือดร้อนเสียหายในบางกรณี และ (2) กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยตามระเบียบ นร. ว่าด้วยการรับบริจาคและการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เหตุการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2568 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และเหตุการณ์ความรุนแรงของการโจมตีนี้ รัฐบาลได้ตัดสินใจออกมาตรการเยียวยาอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยระบุวงเงินเยียวยาให้ชัดเจนตามสถานะและลักษณะความเสียหาย การเยียวยาแบ่งเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ทหาร ทหารพราน ตำรวจ และ ตชด. ที่ประสบเหตุเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจะได้รับเงินเยียวยา 10 ล้านบาท ขณะที่ผู้บาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บมากได้รับเงิน 1 ล้านบาท และ 5 แสนบาทตามลำดับ กลุ่มพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเยียวยา 8 ล้านบาทสำหรับผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ, 8 แสนบาทสำหรับบาดเจ็บสาหัส และ 4 แสนบาทสำหรับบาดเจ็บมาก มาตรการครั้งนี้นอกจากจะช่วยบรรเทาความเสียหายและลดผลกระทบทางสังคม ยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบของภาครัฐในการดูแลความปลอดภัยและการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดน นอกจากนี้งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติรวม 404.60 ล้านบาท ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมหากพบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นๆ ในภายหลัง โดยงบประมาณส่วนนี้มาจากทั้งงบกลางและกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายการรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยชายแดน โดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำหน้าที่ประสานงานและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การกำหนดกรอบวงเงินเยียวยาที่ชัดเจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวซึ่งยังต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาจะมีการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ชายแดนทราบอย่างเป็นทางการเพื่อให้เกิดความเข้าใจและเติมเต็มความช่วยเหลืออย่างครอบคลุมต่อไป
