พิชัย แจงยิบ จัดสรรงบคำนึงถึงสถานะการคลัง ตรงตามความต้องการประชาชน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญ ฯ ชี้แจงว่า คณะกรรมการฯ ได้ปรับลดงบประมาณลงทั้งสิ้น รวม 8,920 ล้านบาท โดยการพิจารณาคำนึงถึงภารกิจสำคัญของประเทศ ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คำนึงความจำเป็นและภารกิจของหน่วยรับงบประมาณ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะสถานะการคลังและเสถียรภาพของประเทศ ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนของหน่วยรับงบประมาณ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล สุจริต โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ ยังมีข้อสังเกตุในภาพรวมที่สำคัญเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2569 ที่มีแนวโน้มชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเตรียมงบประมาณเพื่อรองรับการกีดกันทางการค้าของประเทศ ไม่กระทบต่อเสถียรภาพการคลังในอนาคต ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาแต่ละจังหวัดที่เฉพาะเจาะจงและแตกต่างกันไปตามบริบทในพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้การใช้งบประมาณครอบคลุมแหล่งเงินและมีประสิทธิภาพ

และได้ชี้แจงถึงงบประมาณที่ปรับลดจากทุกกระทรวงและส่วนราชการ ว่า ได้พิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป้าหมาย และผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า และศักยภาพการการใช้จ่ายงบประมาณ เช่น รายการที่มีผลการทำงานล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ โดยต้องไม่กระทบกับภารกิจดูแลประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้เพิ่มให้กับหน่วยงานตามความเหมาะสมและจำเป็น เช่น เพิ่มให้งบกลาง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายการเงินสำรองกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน

#Nbtconnext #อภิปรายงบ69 #กระทรวงการคลัง

2025/8/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลไทยได้เน้นหนักการบริหารงบประมาณที่คำนึงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะชะลอตัวมากกว่าปีก่อนๆ จึงได้เตรียมงบประมาณรองรับผลกระทบที่อาจเกิดจากการกีดกันทางการค้า ทั้งนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในระยะยาวอย่างมั่นคง คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบ โดยลดงบประมาณส่วนที่มีผลการดำเนินงานช้าหรือไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้ แต่ยังคงรักษาภารกิจสำคัญที่ส่งผลต่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยให้ความสำคัญกับคำขอและภารกิจเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะการเพิ่มงบกลางสำหรับเงินสำรองกรณีฉุกเฉินและเหตุจำเป็นเร่งด่วน กระบวนการจัดสรรงบประมาณในปีนี้ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้งบประมาณครอบคลุมและแก้ไขปัญหาในบริบทเฉพาะของแต่ละจังหวัดได้อย่างเหมาะสม พัฒนาการนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการบริหารงบประมาณ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลตอบแทนให้แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การจัดสรรงบประมาณภายใต้หลักธรรมาภิบาลยังมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในวงการภาครัฐและประชาชนทั่วไป เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณสามารถตรวจสอบได้และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับการรักษาระบบการคลังที่แข็งแรงและยั่งยืน