“ไทยคู่ฟ้า” รายงานสถานการณ์เช้านี้ พื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ แต่ยังคงตรึงกำลังเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยอย่างเต็มที่

วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568) เวลา 07.55 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) รายงานสถานการณ์ชายแดนใน 7 จังหวัด โดยรวมยังคงปกติ กองทัพไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาและป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยในทุกรูปแบบ

ทั้งนี้ รัฐบาลและกองทัพยังขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และติดตามข้อมูลจากช่องทางราชการอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันการบิดเบือนหรือข่าวปลอมที่อาจสร้างความสับสน โดยย้ำว่ารัฐบาลและกองทัพยังคงปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง

“เหตุการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา อยู่ในความสงบ กองทัพยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังใกล้ชิด ขณะเดียวกันรัฐบาลยังคงดูแลและอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมทั้งส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันเดินหน้าปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่ และขอให้ประชาชนเชื่อถือข้อมูลจากช่องทางราชการ เพื่อร่วมกันรักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพและความมั่นคงของชาติ” นายจิรายุ กล่าว

2025/9/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบันถือว่ายังคงอยู่ในภาวะปกติและสงบเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงของไทยได้มีการตรึงกำลังอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนเพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย นอกจากนี้ยังมีการติดตามและประสานงานกับทางการกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจและร่วมมือกันรักษาความสงบ สำหรับประชาชนในพื้นที่ใกล้ชายแดน รัฐบาลได้จัดเตรียมแผนดูแลอย่างเต็มที่ รวมถึงมาตรการอพยพในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และมีการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะสงบ แต่ก็ยังคงมีการเตือนให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร โดยเน้นย้ำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางราชการเพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอมที่อาจทำให้เกิดความสับสนหรือความหวาดกลัว การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและการประสานงานระหว่างประเทศเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน พร้อมกันนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าพื้นที่ชายแดนยังคงปลอดภัยและรัฐบาลจะยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่ ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณชายแดนจึงควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินหากมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่คนในชุมชน